การขยายตัวของกองทัพเรืออินเดีย ความก้าวหน้ากับอุปสรรคในการดำเนินการ

ธงกองทัพเรืออินเดีย (ภาพจาก Wikipedia)

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นสัปดาห์ที่เต็มไปด้วยข่าวความเคลื่อนไหวของกองทัพเรืออินเดียทั้งที่เป็นข่าวดีและข่าวไม่สู้จะดี ดังนั้นในฐานะ Blog การทหารถ้าไม่เขียนเรื่องอินเดียสัปดาห์นี้ก็คงจะเป็นเรื่องแปลกอยู่

เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ INS ARIHANT (ภาพจาก The Diplomat)

เริ่มจากข่าวการเดินเครื่องเตาปฏิกรณ์ปรมาณูของเรือ INS ARIHANT จนถึงจุดวิกฤติเมื่อ 4 วันก่อน เรือ INS Arihant เป็นเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ติดขีปนาวุธ (SSBN) ที่อินเดียออกแบบและดำเนินการสร้างเองในประเทศ โดยอินเดียเริ่มโครงการศึกษาการสร้างเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ด้วยตนเองมาตั้งแต่ทศวรรษที่ 1990’s ภายใต้โครงการ ATV (Advanced Technology Vessel) และได้ทำการปล่อยเรือลงน้ำไปเมื่อปี พ.ศ.2552 โดยได้มีการทดสอบทดลองในท่าอยู่เป็นเวลา 4 ปี จุดวิกฤติของเตาปฏิกรณ์ปรมาณูหมายถึงจุดที่ปฏิกริยา Fission สร้างนิวตรอนที่มากพอสำหรับการรักษาระดับของปฏิกริยาอย่างต่อเนื่อง และสามารถให้พลังงานอย่างสม่ำเสมอได้ ซึ่งความสำเร็จในการเดินเครื่องเตาปฏิกรณ์ของเรือถือเป็นจุดเริ่มต้นของการทดสอบทดลองเรือในทะเลต่อไป นอกจากนี้อินเดียยังเพิ่งประสบความสำเร็จในการทดลองยิงขีปนาวุธ K-15 จากใต้น้ำ ซึ่งขีปนาวุธ K-15 มีระยะยิง 700 กม. และสามารถติดหัวรบนิวเคลียร์ได้ (อินเดียกำลังพัฒนาขีปนาวุธที่สามารถยิงจากได้น้ำได้ไกลมากขึ้นอยู่) โดยเรือ INS Arihant สามารถติดตั้งขีปนาวุธ K-15 ได้ 12 ลูก และอินเดียมีแผนที่จะสร้างเรือดำน้ำ SSBN ชุดนี้จำนวนทั้งหมด 3-4 ลำ ซึ่งจะทำให้อินเดียสามารถมีเรือดังกล่าวปฏิบัติการอยู่ในทะเลได้อย่างน้อย 1 ลำอยู่ตลอดเวลา การพัฒนานี้ถือเป็นก้าวสำคัญของกองทัพเรืออินเดียและประเทศอินเดียซึ่งจะเป็นประเทศแรกที่ไม่ใช่สมาชิกถาวรคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (สหรัฐฯ อังกฤษ ฝรั่งเศส รัสเซีย และจีน) ที่มีขีดความสามารถในการสร้างเรือดำน้ำนิวเคลียร์ด้วยตัวเองและยิงขีปนาวุธหัวรบนิวเคลียร์จากใต้น้ำได้

ส่วนประกอบภายในเรือ INS Arihant และการยิงขีปนาวุธ K-15 (ภาพจาก TheHindu.com)

พิธีปล่อยเรือ INS Vikrant ลงน้ำ (ภาพจาก The American Interest)

สองวันให้หลังจากข่าวเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ของอินเดีย ก็มีข่าวการปล่อยเรือบรรทุกเครื่องบิน INS VIKRANT ลงน้ำ โดยถึงแม้ว่าอินเดียจะมีประสบการณ์กับเรือบรรทุกเครื่องบินมากว่า 50 ปี แต่เรือ INS Vikrant เป็นเรือบรรทุกเครื่องบินลำแรกที่อินเดียสร้างเองในประเทศ และมีแผนจะขึ้นระวางประจำการภายในอีก 5 ปีข้างหน้า ซึ่งประสบการณ์ในการปฏิบัติการของเรือบรรทุกเครื่องบินอินเดียเริ่มจาก INS Vikrant ลำแรก ซึ่งเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินมือสองจากอังกฤษที่อินเดียใช้ประจำการระหว่างปี พ.ศ.2504 – 2540 และปัจจุบันอินเดียมีเรือบรรทุกเครื่องบินประจำการอยู่ 1 ลำ คือเรือ INS Viraat ซึ่งเป็นเรือมือสองจากอังกฤษเช่นกัน นอกจากนี้อินเดียกำลังอยู่ในระหว่างการทดสอบทดลองเรือบรรทุกเครื่องบิน INS Vikramaditya ซึ่งปรับปรุงมาจากเรือ Admiral Gorshkov ของรัสเซีย และมีกำหนดส่งมอบในปลายปีนี้ และอินเดียยังมีแผนที่จะสร้างเรือบรรทุกเครื่องบินอีก 1 ลำ ต่อจากเรือ INS Vikrant ซึ่งเรือลำใหม่ล่าสุดนี้มีแผนจะเปลี่ยนระบบการรับ-ส่งเครื่องบินจาก STOBAR (Short Take-Off But Arrested Recovery) เป็น CATOBAR (Catapult Assisted Take-Off But Arrested Recovery) อีกด้วย

เรือ INS Vikramaditya (ภาพจาก  The Diplomat)

จะเห็นได้ว่าการเสริมสร้างกำลังรบของกองทัพเรืออินเดียในปัจจุบันเน้นการพึ่งพาตนเองมากกว่าการสั่งซื้อจากต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเรือบรรทุกเครื่องบิน การสร้างเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ รวมถึงการสร้างเรือดำน้ำดีเซลไฟฟ้าชั้น Scorpene จำนวน 6 ลำ ซึ่งเป็นโครงการ Technology Transfer โดยเรือทั้ง 6 ลำจะสร้างที่อู่ต่อเรือ Mazagon Docks Limited ของอินเดีย ภายใต้การควบคุมของบริษัท DCNS จากฝรั่งเศส ทั้งนี้ความพยายามในการพึ่งพาตนเองของอินเดียไม่ใช่เรื่องง่ายและกลายเป็นการลงทุนที่สูงทั้งในด้านเม็ดเงินและเวลา โดยอินเดียต้องประสบปัญหายุ่งยากจากความพยายามดังกล่าวมากมาย ไม่ว่าจะเป็นความล่าช้าในการสร้างเรือ INS VIKRANT ซึ่งเริ่มดำเนินการสร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2552 และมีแผนจะขึ้นระวางประจำการได้ในปี พ.ศ.2557 แต่ประสบปัญหาต่างๆ มากมายจนเพิ่งจะสามารถปล่อยเรือลงน้ำได้ในปีนี้ (ช้ากว่ากำหนดเดิม 3 ปี) และต้องเลื่อนกำหนดขึ้นระวางประจำการไปเป็นปี พ.ศ.2561 (ช้ากว่ากำหนดเดิม 4 ปี) ทำให้มีค่าใช้จ่ายเกินกว่าที่ประมาณไว้เดิมถึง 4 เท่า กับ ความล่าช้าของโครงการเรือดำน้ำชั้น Scorpene ซึ่งเกินกำหนดเวลาไปหลายปีและมีค่าใช้จ่ายที่เกินกว่างบประมาณที่ตั้งไว้เดิมไปกว่า 25% ไม่นับรวมถึงความล่าช้าในการปรับปรุงเรือ Admiral Gorshkov (ซึ่งเป็นปัญหาของอู่ต่อเรือรัสเซียร่วมกับความไม่มีประสิทธิภาพในการดำเนินโครงการของอินเดีย) นอกจากนี้ปัญหาอีกประการหนึ่งของกองทัพเรืออินเดียคือข้อจำกัดด้านงบประมาณ ซึ่งในปัจจุบันกองทัพเรืออินเดียได้รับจัดสรรงบประมาณน้อยที่สุดในบรรดา 3 เหล่าทัพ

การจัดสรรงบประมาณของกระทรวงกลาโหมอินเดียในปี 2013 – 2014 (ภาพจาก IDSA)

ข่าวสุดท้ายเป็นข่าวร้ายของกองทัพเรืออินเดีย คือข่าวเรือดำน้ำ INS Sindhurakshak เกิดเหตุระเบิดและไฟลุกไหม้ขณะ จอดอยู่ในท่าเรือเพียง 2 วันหลังข่าวการปล่อยเรือ INS Vikrant ลงน้ำ เหตุระเบิดและไฟไหม้ดังกล่าวทำให้ตัวเรือจมลงในท่าและมีลูกเรือติดอยู่ใน เรือจำนวน 18 คน เรือ INS Sindhurakshak เป็นเรือดำน้ำชั้น Kilo ที่อินเดียสั่งต่อจากรัสเซียเมื่อทศวรรษที่ 1990’s เรือลำนี้เคยเกิดอุบัติเหตุไฟไหม้เนื่องจากมีก๊าซ Hydrogen รั่วจากแบตเตอรี่เมื่อปี พ.ศ.2553 ทำให้ลูกเรือเสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บอีก 2 คน หลังจากนั้นอินเดียได้ส่งเรือดังกล่าวไปทำการปรับปรุงยังอู่ต่อเรือ Zvezdochka ของรัสเซีย เป็นเวลา 2 ปี โดยเรือ INS Sindhurakshak ได้เดินทางกลับถึงอินเดียเมื่อปลายปีทีแล้ว และกองทัพเรืออินเดียได้รับมอบเรือคืนหลังเสร็จสิ้นการทดสอบทดลองเมื่อต้นปี ที่ผ่านมา แรงระเบิดของเรือ INS Sindhurakshak ทำให้เรือดำน้ำ INS Sindhuratna ซึ่งจอดอยู่ใกล้เคียงได้รับความเสียหายเล็กน้อย ส่วนลูกเรือจำนวน 18 คนที่ติดอยู่ในเรือในขณะนี้ทางกองทัพเรืออินเดียกำลังเร่งหาทางช่วยเหลือ

ภาพข่าวการระเบิดของเรือ INS Sindhurakshak (ภาพจาก BBC)

ประเทศที่กำลังจับตามองการขยายตัวของกองทัพเรืออินเดียมากที่สุดในขณะนี้น่าจะเป็นประเทศจีน ซึ่งจีนและอินเดียกำลังเร่งแข่งกันขยายอิทธิพลทางทะเลของตน นอกจากนี้จีนและอินเดียยังมีข้อพิพาทเกี่ยวกับดินแดนทางบกอีกด้วย โดยจีนมองอินเดียว่าเป็นประเทศที่คั่นอยู่ตรงกลางระหว่างศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและท่าเรือที่สำคัญของจีนทางชายฝั่งตะวันออกของประเทศ กับแหล่งทรัพยากรที่สำคัญในแอฟริกาและตะวันออกกลาง ซึ่งทำให้อินเดียอยู่ในสถานะที่อาจปิดกั้นเส้นทางการคมนาคมขนส่งจากแอฟริกาและตะวันออกกลางไปยังจีนได้ ส่วนอินเดียเองก็มองว่าการที่จีนกำลังมีความต้องการสร้างฐานส่งกำลังบำรุงในพื้นที่มหาสมุทรอินเดียเป็นการคุกคามพื้นที่ภายใต้อิทธิพลของอินเดีย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s