ทหารฝ่ายเสนาธิการ ทหารที่ไม่ได้จับปืนไปรบแต่จับปากกาและใช้สมองรบ

ฉากสมเด็จพระนเรศวรมหาราชกำลังบัญชาการรบ จากภาพยนต์ “ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช”
(ภาพจาก Sanook.com)

เมื่อพูดถึงทหารกับการปฏิบัติการทางทหารหรือการทำสงคราม เรามักจะนึกถึงภาพแม่ทัพนั่งบัญชาการรบ โดยมีนายกองหรือหัวหน้าหน่วยรองมาประชุมรอรับคำสั่งจากแม่ทัพ และรายงานผลการปฏิบัติตามที่แม่ทัพได้สั่งการไป ภาพดังกล่าวมีพื้นเพมาจากความจริงเมื่อหลายร้อยปีก่อน แต่สงครามและยุทธศาสตร์ทางทหารได้มีการพัฒนาความซับซ้อนไปมากยิ่งขึ้นจนแม่ทัพไม่สามารถบัญชาการรบได้เพียงลำพังอีกต่อไป ในปัจจุบันจึงมีทหารฝ่ายเสนาธิการ หรือทหารฝ่ายอำนวยการ เรียกว่า Military Staff หรือ General Staff ทำหน้าที่ให้คำปรึกษาแก่แม่ทัพในเรื่องต่างๆ ตั้งแต่การวางแผนการรบ ไปจนถึงเรื่องการเตรียมกำลังพล การข่าว การสนับสนุนการรบด้วยเสบียงและอะไหล่ หรือแม้กระทั่งการประชาสัมพันธ์แถลงข่าว เป็นต้น

นโปเลียน โบนาปาร์ต อัจฉริยะทางทหารชาวฝรั่งเศส (ภาพจาก Wikimedia Commons)

เดิมทีการตัดสินใจต่างๆ ในการบัญชาการรบจะขึ้นอยู่กับความสามารถของแม่ทัพเพียงคนเดียว ดังนั้นเราจึงคุ้นเคยกับวีรกรรมของแม่ทัพสมัยโบราณที่สามารถเอาชนะการรบในแต่ละสมรภูมิได้จนเหมือนเป็นของคู่กัน เช่น เนลสันกับการรบที่ทราฟัลการ์ หรือนโปเลียนกับการขยายจักรวรรดิฝรั่งเศส ซึ่งในกรณีความสำเร็จของนโปเลียนทำให้หลายประเทศเริ่มทำการศึกษาว่าทำอย่างไรจึงจะประสบความเร็จในการทำสงครามได้แบบเดียวกัน แต่ก็ดูเหมือนว่าในยุคนั้นจะไม่สามารถหาแม่ทัพมีความเป็นอัจฉริยเช่นเดียวกับนโปเลียนได้ หรือถึงแม้จะมีอัจฉริยะบางคนอยู่ในกองทัพ แต่ก็แทบไม่มีโอกาสให้คนเหล่านั้นไต่เต้าขึ้นมาบัญชาการรบในตำแหน่งแม่ทัพได้ เนื่องจากในสมัยก่อนตำแหน่งแม่ทัพมักจะตกทอดมาตามตระกูลขุนนางที่มีอำนาจอยู่ในมือ (สมัยนี้เรียกว่าเด็กเส้น) ซึ่งนักรบปลายแถวถึงแม้จะเก่งกล้าเพียงใดก็ยากที่จะเบียดแทรกสถานะทางสังคมขึ้นมากระทบไหล่ลูกขุนนางได้ อย่างไรก็ดี กองทัพปรัสเซีย (ต่อมากลายเป็นประเทศเยอรมนี) ได้พยายามแก้ปัญหาดังกล่าวด้วยการใช้ระบบทหารฝ่ายเสนาธิการหรือทหารฝ่ายอำนวยการขึ้น โดยการคัดเลือก “หัวกะทิ” ที่มีความสามารถในการวางแผนการรบมาผ่านกระบวนการศึกษาที่เข้มข้นโดยเป็นการคัดเลือกจากความสามารถมากกว่าชาติตระกูล ซึ่งคนเหล่านี้จะถูกส่งไปทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางเทคนิค (เช่นการวางยุทธศาสตร์ การเคลื่อนย้ายกำลังทหาร และการส่งกำลังบำรุง) ให้กับแม่ทัพที่เป็นลูกขุนนางที่เป็นผู้มีอำนาจบัญชาการรบ ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้กับผู้มีความรู้ความสามารถได้เติบโตในกองทัพในฐานะทหารฝ่ายเสนาธิการโดยไม่ไปเบียดเบียนตำแหน่งแม่ทัพของลูกขุนนาง

Helmuth Karl Bernhard von Moltke (ภาพจาก Wikipedia)

นอกจากการเปิดโอกาสให้กับผู้ที่มีความสามารถได้เติบโตและมีบทบาทในกองทัพแล้ว ในขณะเดียวกันกองทัพปรัสเซียก็ได้พัฒนาระบบการศึกษาเพื่อฝึกปรือนายทหารฝ่ายเสนาธิการดังกล่าวให้เก่งกล้ามากขึ้น โดยได้ตั้งวิทยาลัยการทัพปรัสเซีย (Preußische Kriegsakademie) ขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1810 ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาสำหรับทหารฝ่ายเสนาธิการอย่างเป็นทางการที่แรกของโลกและเป็นที่มาของโรงเรียนเสนาธิการและวิทยาลัยการทัพของอีกหลายประเทศในเวลาต่อมา นอกจากการตั้งวิทยาลัยการทัพปรัสเซียแล้ว ยังมีการปรับปรุงระบบการศึกษาอีกด้วย กล่าวคือเดิมทีการศึกษาทางการทหารคือการศึกษาบทเรียนจากสงครามที่ผ่านมา แต่กองทัพปรัสเซียได้ประยุกต์ใช้การทำยุทธกีฬา หรือ War Game ซึ่งเป็นเครื่องมือในการวางแผนการรบในสงครามมาใช้ในการสร้างเสริมประสบการณ์ของทหารฝ่ายเสนาธิการโดยที่ไม่จำเป็นต้องไปออกรบจริง และได้พัฒนาระบบการทำยุทธกีฬาให้มีความสมจริงมากขึ้น จากเดิมที่เป็นการวางกำลังบนแผ่นกระดานเรียบๆ คล้ายกับกระดานหมากรุก เป็นการใช้โต๊ะทรายที่จำลองสภาพทางภูมิศาสตร์ของสถานที่จริง โดยโต๊ะทรายดังกล่าวเป็นผลงานการคิดค้นของ Georg Leopold Baron von Reisswitz เมื่อปี ค.ศ.1811 นอกจากการจำลองสภาพทางภูมิศาสตร์ของสถานที่จริงด้วยโต๊ะทรายแล้ว การทำยุทธกีฬาของ Reisswitz ยังจำลองประเภทและขนาดของกำลังด้วยสัดส่วนที่สมจริง และใช้ระบบที่ผู้แล่นแต่ละฝ่ายจะไม่เห็นการปฏิบัติของฝ่ายตรงข้าม โดยมีกรรมการเป็นผู้ตัดสินผลการวางแผนของแต่ละฝ่าย ต่อมา Helmuth von Moltke ซึ่งเป็นเสนาธิการทหารของปรัสเซียในปี ค.ศ.1857 ได้ปฏิรูปกองทัพปรัสเซียใหม่รวมถึงการปฏิรูปการศึกษาของทหารฝ่ายอำนวยการด้วย โดยได้บรรจุการศึกษารัฐศาสตร์ระหว่างประเทศในยุโรปเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาของทหารฝ่ายเสนาธิการ และได้ริเริ่มการศึกษาแบบ Staff Ride หรือการให้นักเรียนทหารฝ่ายเสนาธิการวางแผนการรบด้วยการทำยุทธกีฬาและขึ้นหลังม้า (Ride ในที่นี้หมายถึง Horse Ride) ไปทดสอบแผนการรบดังกล่าวในสถานที่จริง โดยกำหนดให้นักเรียนทหารเสนาธิการสลับกันแก้ปัญหาการรบโดยมีครูฝึกทำหน้าที่จำลองสถานการณ์และการปฏิบัติของฝ่ายข้าศึก ซึ่งเป็นการขยายความซับซ้อนและความเข้มข้นของการทดสอบจากการทำยุทธกีฬาบนโต๊ะทรายยิ่งขึ้นไปอีก โดย Moltke เน้นการวางแผนอย่างละเอียดเพื่อรองรับความเป็นไปได้ของทุกสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น ตามหลักการที่ว่าแผนการที่วางไว้ทุกแผนจะต้องมีการปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์เมื่อนำไปปฏิบัติจริง หรือ “No plan survives contact with the enemy”

Staff Ride ตามแบบของ Moltke ยังคงมีมาจนถึงปัจจุบัน ต่างกันตรงที่ ไม่ได้ขี่ม้ากันแล้ว (ภาพจาก US National Guard)

กองทัพปรัสเซียได้พิสูจน์ความสำเร็จของระบบทหารฝ่ายเสนาธิการในการทำสงครามกับออสเตรียและฝรั่งเศสในช่วงทศวรรษที่ 1860 และนำไปสู่การรวมจักรวรรดิเยอรมันในปี ค.ศ.1871 ในที่สุด ซึ่งชัยชนะในการทำสงครามของปรัสเซียเป็นผลมาจากการวางแผนของทหารฝ่ายเสนาธิการมากกว่าความสามารถของแม่ทัพโดยตรง จนกระทั่งต่อมาระบบทหารฝ่ายเสนาธิการได้กลายเป็นระบบมาตรฐานของกองทัพทั่วโลก

จุดเด่นอีกประการของระบบทหารฝ่ายเสนาธิการ หรือทหารฝ่ายอำนวยการ คือการแบ่งความรับผิดชอบตามสายงาน เพื่อให้ทหารฝ่ายเสนาธิการทำหน้าที่ตามสายงานเฉพาะจนเกิดความชำนาญ โดยเริ่มจากสายงานหลักคือ G1 การกำลังพล, G2 การข่าว, G3 การยุทธการ และ G4 การส่งกำลังบำรุง ส่วนทหารฝ่ายเสนาธิการของกองทัพเรือ ใช้การแบ่งสายงานหลักจาก N1 ถึง N4 เช่นเดียวกัน แต่เพิ่ม N5 การสื่อสาร เนื่องจากการทำสงครามในทะเลมีความยุ่งยากในการสื่อสารมากกว่าการทำสงครามบนบก เนื่องจากในทะเลไม่สามารถใช้พลนำสารในการสื่อสารได้

การแบ่งสายงานของฝ่ายอำนวยการร่วม (ภาพจาก FM 3-05.401)

ในปัจจุบันสายงานของทหารฝ่ายเสนาธิการหรือทหารฝ่ายอำนวยการได้มีการขยายขอบเขตและจำนวนเพิ่มมากขึ้น โดยแนวทางการแบ่งสายงานมักอ้างอิงตามการแบ่งของทหารฝ่ายเสนาธิการร่วม (Joint Staff) ของ NATO โดยแบ่งออกได้เป็น J1 กำลังพล, J2 การข่าว, J3 ยุทธการ, J4 ส่งกำลังบำรุง, J5 แผนและนโยบาย, J6 การสื่อสารและควบคุมบังคับบัญชา, J8 ปลัดบัญชี และ J9 กิจการพลเรือน โดยสายฝ่ายอำนวยการหลักยังคงเป็น J1 – J6 (ในส่วนของไทย รวมสายงานแผนและนโยบายอยู่ในสายงานยุทธการ)

อ้างอิง
History of Wargames: Toward a History Based Doctrine for Wargaming
The Case of Prussian General Staff
General Staff: It’s Origin and Powers
German War Gaming

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s