พิธีข้ามเส้นศูนย์สูตรของชาวเรือ

ร.ล.กระบี่จัดพิธีข้ามเส้นอิเควเตอร์ (ภาพจาก ร.ล.กระบี่)

พิธีข้ามเส้นศูนย์สูตร หรือพิธีข้ามเส้นอิเควเตอร์ เป็นธรรมเนียมของชาวเรือทั่วโลก เพื่อเป็นการยอมรับชาวเรือหน้าใหม่ที่ไม่เคยเดินเรือผ่านเส้นศูนย์สูตรมาก่อน เข้าสู่การเป็นชาวเรือที่ผ่านความลำบากและผ่านการฝ่าฝันอันตรายระหว่างการเดินทางไกลในท้องทะเลอย่างแท้จริง ผู้เข้าร่วมพิธีประกอบด้วยลูกเรือที่ยังไม่เคยผ่านพิธีนี้มาก่อน โดยมีพระสมุทรหรือเทพเนปจูน และบริวาร ขึ้นมาบนเรือ และทางเรือจะมีพิธีรับรองพระสมุทรและบริวาร ส่วนผู้เข้าร่วมพิธีจะได้รับการอาบน้ำ(ทะเล)ชำระร่างกาย เมื่อเสร็จพิธีผู้เข้าร่วมพิธีจะได้รับใบประกาศว่าได้เดินทางผ่านเส้นศูนย์สูตรแล้ว โดยการรับรองจากพระสมุทรนั่นเอง

ใบประกาศพิธีข้ามเส้นอิเควเตอร์ของ ทร.สหรัฐฯ (ภาพจาก US Navy Department Library)

พิธีข้ามเส้นฯ นี้อาจเป็นที่รู้จักกันทั่วไปของชาวเรือ เนื่องจากเป็นธรรมเนียมปฏิบัติตามกันมาแต่โบราณ แต่สาเหตุของการจัดพิธีนี้ รวมถึงความสำคัญของการข้ามเส้นศูนย์สูตรอาจไม่เป็นที่ทราบกันมากนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวเรือสมัยใหม่ที่มีเครื่องมือเดินเรืออันทันสมัย และมีระบบหาตำบลที่เรือด้วยดาวเทียม อาจไม่เข้าใจความยากลำบากและความเสี่ยงอันตรายของการข้ามเส้นศูนย์สูตรในสมัยโบราณ จนอาจมองว่าการจัดพิธีข้ามเส้นฯ เป็นเพียงแค่การละเล่นอย่างหนึ่งของชาวเรือ

แผนที่โลกแสดงเส้นละติจูดและลองจิจูด (ภาพจาก Torontohiking)

ในสมัยโบราณก่อนที่จะมีเครื่องมือเดินเรือที่ทันสมัยอย่างเช่นดาวเทียม แผนที่อิเล็กทรอนิกส์ หรือแม้กระทั่งนาฬิกา การข้ามเส้นศูนย์สูตรเป็นเรื่องที่ท้าทายและเสี่ยงอันตรายสำหรับชาวเรือ เนื่องจากนักเดินเรือในสมัยเรือใบมักเป็นชาวยุโรปที่มาจากซีกโลกเหนือ และมีความคุ้นเคยกับการใช้ดวงดาวบนท้องฟ้า (โดยเฉพาะอย่างยิ่งดาวเหนือ) ในการหาทิศทางในทะเล โดยการหาเส้นละติจูดอย่างง่ายคือการวัดมุมสูงของดาวเหนือ ซึ่งจะให้เส้นละติจูดโดยประมาณของผู้วัด กล่าวคือบริเวณขั้วโลกเหนือหรือละติจูด 90 องศาเหนือ จะวัดมุมสูงของดาวเหนือได้ประมาณ 90 องศา ส่วนบริเวณเส้นศูนย์สูตรหรือละติจูด 0 องศา จะวัดมุมของดาวเหนือได้ประมาณ 0 องศา ส่วนเส้นลองจิจูดในทะเลยังไม่สามารถหาได้ก่อนที่จะมีการประดิษฐ์นาฬิกาที่สามารถเดินได้เที่ยงตรงบนเรือที่มีความโคลงได้ในกลางศตวรรษที่ 18 โดยนักเดินเรือในสมัยนั้นจะบันทึกค่าละติจูดของเมืองท่าที่ต้องการเดินทางไป  แล้วใช้การเดินเรือไปถึงเส้นละติจูดที่ต้องการ จากนั้นจะเดินเรือไปทางทิศตะวันตกหรือตะวันออกไปเรื่อยๆ จนถึงเมืองท่าที่ต้องการ

ท้องฟ้าในซีกโลกเหนือและซีกโลกใต้จะมองเห็นดวงดาวที่ต่างกัน (ภาพจาก Skymaps.com)

วิธีการดังกล่าวใช้ได้กับพื้นที่ที่สามารถมองเห็นดาวเหนือได้ ซึ่งก็คือซีกโลกเหนือนั่นเอง ส่วนการเดินทางข้ามเส้นศูนย์สูตรไปยังซีกโลกใต้จะทำให้นักเดินเรือมองเห็นดวงดาวบนท้องฟ้าที่แตกต่างไปจากดาวที่คุ้นเคย รวมถึงในซีกโลกใต้จะไม่สามารถมองเห็นดาวเหนือได้เนื่องจากมุมสูงของดาวจะอยู่ต่ำกว่าเส้นขอบฟ้า ดังนั้นการเดินเรือข้ามเส้นศูนย์สูตรไปยังซีกโลกใต้ในทะเลเปิดจึงเป็นเรื่องที่ท้าทายและเสี่ยงอันตราย ทั้งนี้โดยปกตินักเดินเรือที่ไม่คุ้นเคยกับซีกโลกใต้จะใช้วิธีเดินทางเลาะขอบฝั่งไปเรื่อยๆ เพื่อไม่ให้หลงทาง

พายุหมุนในซีกโลกเหนือจะมีทิศทางการหมุนทวนเข็มนาฬิกา (ภาพจาก Wikipedia)

ข้อแตกต่างอีกประการหนึ่งของการเดินเรือในซีกโลกใต้คือระบบการไหลของมวลอากาศเนื่องจากการหมุนของโลก โดยปกติแล้วการไหลของมวลอากาศในซีกโลกเหนือจะทำให้พายุหมุนทวนเข็มนาฬิกา และมีทิศทางการเคลื่อนที่ม้วนขึ้นเหนือ ส่วนการไหลของมวลอากาศในซีกโลกใต้จะได้รับอิทธิพลตรงกันข้ามจากแรง Coriolis เนื่องจากการหมุนของโลก ทำให้มีทิศทางการหมุนและการเคลื่อนที่กลับตรงกันข้ามกัน ซึ่งสำหรับชาวเรือที่ยังไม่มีระบบการพยากรณ์อากาศที่ทันสมัยอย่างในปัจจุบัน การเดินทางหลบพายุที่มีทิศทางตรงกันข้ามกับที่คุ้นเคยย่อมเป็นเรื่องเสี่ยงอันตรายไม่น้อย

ด้วยเหตุนี้การเดินทางข้ามเส้นศูนย์สูตรในทะเลเปิดจึงเป็นเรื่องใหญ่สำหรับชาวเรือในสมัยโบราณ และสามารถใช้เป็นเกณฑ์วัดความเก๋าของชาวเรือได้ ทำให้ชาวเรือที่ยังไม่เคยเดินทางผ่านเส้นศูนย์สูตรถูกจัดเป็น “เด็กใหม่” ที่ยังต้องผ่านพิธีการยอมรับจากพระสมุทรเมื่อเดินทางข้ามเส้นศูนย์สูตรเป็นครั้งแรก

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s