ชุดป้องกันประกายไฟ ความปลอดภัยในเรือรบที่ไม่ควรมองข้าม

ผู้ปฏิบัติงานในห้องศูนย์ยุทธการเรือ USS George Washington (CVN 73) สวมชุดป้องกันประกายไฟ (ภาพจาก Defense Video & Imagery Distribution System)

หลายคนอาจเคยเห็นภาพการปฏิบัติงานในเรือรบที่มีทหารใส่ชุดไอ้โม่งมีหมวกคลุมหน้าและสวมถุงมือ ราวกับว่าภายในเรือยังมืดไม่พอต้องคลุมหน้าคลุมตากันอีกด้วย แต่ความจริงแล้วผ้าคลุมหน้าและถุงมือเป็นส่วนหนึ่งของชุดป้องกันประกายไฟ (Anti-Flash Gear หรือ Flash Gear) สำหรับป้องกันผิวหนังจากความร้อนและประกายไฟในระยะเวลาสั้นๆ (ต่างจากชุดกันไฟหนาๆ สำหรับชุดดับไฟ) แต่ทำไมบางครั้งเราก็เห็นภาพในลักษณะเดียวกันแต่ไม่ใส่ชุดป้องกันประกายไฟ ดังนั้นเรามาดูกันดีกว่าว่าชุดนี้ใช้ใส่ในกรณีไหน และใส่ในพื้นที่บริเวณใดในเรือบ้าง

กำลังพลประจำเรือ HMS Emperor ของ ทร.อังกฤษสวมชุดป้องกันประกายไฟในสถานีรบ สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง
(ภาพจาก Royal Navy Research Archive)

ทร.อังกฤษน่าจะเป็นผู้ริเริ่มการใช้ชุดป้องกันประกายไฟแบบนี้ โดยเริ่มมีใช้ตั้งแต่ช่วงสงครามโลก สืบเนื่องมาจากประสบการณ์ความเสียหายในเรือจากการสู้รบในยุคเรือไอน้ำที่มักมาในรูปของการระเบิดและไฟไหม้ ซึ่งประกายไฟและความร้อนระยะสั้นๆ สามารถทำให้ผิวหนังเกิดการไหม้ได้เป็นบริเวณกว้าง นอกจากนี้พลาสติกและผ้าใยสังเคราะห์ที่ไม่ทนความร้อนยังอาจหลอมละลายติดกับผิวหนังได้อีกด้วย ดังนั้นชุดกันประกายไฟรวมถึงชุดปฏิบัติงานในเรือแขนยาวที่ทำจากผ้าฝ้ายจึงเป็นอุปกรณ์มาตรฐานของ ทร.อังกฤษมาตั้งแต่สงครามโลก โดยในเวลาปกติสามารถพับแขนเสื้อขึ้นได้และยังไม่จำเป็นต้องสวมผ้าคลุมศีรษะและถุงมือ แต่จะพับลงมาเป็นเสื้อแขนยาวใช้ผ้าคลุมและถุงมือเพื่อการป้องกันในขณะประจำสถานีรบเท่านั้น

ไฟไหม้บนเรือ HMS Sheffield หลังถูกยิงด้วย อวป.Exocet ในสงครามหมู่เกาะฟอล์คแลนด์ (ภาพจาก BBC)

หลังจากสงครามโลกครั้งที่สอง ทร.อังกฤษได้ว่างเว้นจากการรบจริงไปนาน ประกอบกับสภาวะทางเศรษฐกิจที่ไม่สู้จะดี ทำให้เริ่มมีการละเลยมาตรการป้องกันการบาดเจ็บจากประกายไฟ รวมถึงเริ่มมีการใช้เสื้อผ้าที่ทำจากผ้าใยสังเคราะห์เพื่อลดค่าใช้จ่าย (ผ้าคลุมและถุงมือป้องกันประกายไปยังคงเป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับสถานีรบ) จนกระทั่ง ทร.อังกฤษได้รับบทเรียนอีกครั้งในสงครามหมู่เกาะฟอล์คแลนด์กับอาร์เจนตินา ซึ่งอังกฤษต้องสูญเสียเรือรบและเรือช่วยรบไปหลายลำจากการถูกโจมตีด้วย อวป.Exocet จากเครื่องบิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีของเรือ HMS Sheffield ซึ่งถูกโจมตีก่อนประจำสถานีรบ และลูกเรือไม่ได้สวมใส่ผ้าคลุมและถุงมือป้องกันประกายไฟ โดยถึงแม้หัวรบของ อวป.Exocet จะไม่ระเบิดแต่เชื้อเพลิงของจรวดขับดันก็ทำให้เกิดไฟไหม้รุนแรง และสาเหตุหลักของการเสียชีวิตและบาดเจ็บของลูกเรือเกิดมาจากไฟไหม้และความร้อนจากประกายไฟที่ทำให้ผิวหนังไหม้และทำให้เสื้อผ้าใยสังเคราะห์หลอมละลายไปกับผิวหนัง ซึ่งหลังจากนั้นเป็นต้นมา ทร.อังกฤษได้กลับมาเข้มงวดกับการป้องกันการบาดเจ็บจากประกายไฟด้วยการใช้ชุดปฏิบัติงานที่ทำจากผ้าฝ้ายอีกครั้ง รวมถึงการใช้ผ้าคลุมและถุงมือป้องกันประกายไฟด้วย

ทร.อังกฤษกลับมาใช้ชุดปฏิบัติงานในเรือที่ทำจากผ้าฝ้ายกับผ้าคลุมและถุงมือกันประกายไฟในสถานีรบ (ภาพจาก Dailymail)

ในส่วนของ ทร.สหรัฐฯ เดิมทีจะเน้นที่การป้องกันผู้ที่ทำหน้าที่ชุดดับไฟและป้องกันความเสียหาย จนกระทั่งเริ่มมาใช้ผ้าคลุมและถุงมือป้องกันประกายไฟในช่วงทศวรรษที่ 1980 ซึ่งเป็นช่วงเวลาไล่เลี่ยกับเหตุการณ์เรือ HMS Sheffield ในสงครามหมู่เกาะฟอล์คแลนด์และเหตุการณ์เรือ USS Stark ในอ่าวเปอร์เซีย

ปัจจุบัน ทร.สหรัฐฯ ใช้ผ้าคลุมและถุงมือป้องกันประกายไฟในสถานีรบเช่นเดียวกัน (ภาพจาก Wikipedia)

กล่าวโดยสรุปแล้วชุดป้องกันประกายไฟเป็นอุปกรณ์ความปลอดภัยมาตรฐานประจำเรือรบ ประกอบด้วยชุดปฏิบัติงานแขนยาวทำจากผ้าฝ้าย (หรือเส้นใยธรรมชาติอื่นที่ไม่หลอมละลาย) และผ้าคลุมหน้ากับถุงมือ โดยชุดดังกล่าวใช้สำหรับทั้งผู้ปฏิบัติงานภายในเรือและบนดาดฟ้าเปิดเฉพาะในสถานีรบหรือระดับความพร้อมรบสูงสุดเท่านั้น ด้วยเหตุนี้เราจึงเห็นภาพลูกเรือสวมชุดป้องกันประกายไฟไม่บ่อยนัก ทั้งนี้นอกจาก ทร.อังกฤษและ ทร.สหรัฐฯ แล้ว ชุดป้องกันดังกล่าวยังเป็นอุปกรณ์ความปลอดภัยมาตรฐานของ ทร.ชาติตะวันตกทั่วไป รวมถึงหลายชาติในเอเชียที่ใช้มาตรฐาน ทร.ตะวันตก เช่น สิงคโปร์ และมาเลเซีย เป็นต้น

กำลังพลประจำเรือของ ทร.เยอรมนี สวมชุดป้องกันประกายไฟในสถานีรบ (ภาพจาก Youtube)

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s