เผยชีวิตลูกเรือดำน้ำอังกฤษในช่วงสงครามเย็น

ลูกเรือดำน้ำ HMS Ocelot ในวัยหลังเกษียณ กลับมารวมตัวกันอีกครั้งเพื่อเล่าถึงประสบการณ์ชีวิตสมัยยังเป็นลูกเรือดำน้ำในช่วงสงครามเย็นเมื่อครึ่งศตวรรษที่แล้ว

เรือดำน้ำชั้น Oberon ของ ทร.อังกฤษ (ภาพจาก BBC)

เรือดำน้ำ HMS Ocelot เป็นเรือดำน้ำดีเซล-ไฟฟ้าชั้น Oberon ของ ทร.อังกฤษ ซึ่งเป็นเรือดำน้ำที่ปฏิบัติภารกิจลับสุดยอดในแนวหน้าสมัยสงครามเย็นด้วยการดำซ่อนพรางอยู่ใต้น้ำนานนับสัปดาห์เพื่อเฝ้าติดตามกำลังทางเรือของฝ่ายโซเวียต เนื่องจากเป็นเรือดำน้ำที่มีความเงียบมากเมื่อเทียบกับเรือในยุคเดียวกัน และนับเป็นยุทโธปกรณ์ที่มีขีดความสามารถสูงของ ทร.อังกฤษในสมัยนั้น

กว่าจะมาปฏิบัติงานในเรือดำน้ำได้ ลูกเรือดำน้ำซึ่งถูกมองว่าเป็น “โจรสลัด” แห่งราชนาวีอังกฤษ จะต้องผ่านการทดสอบโรคกลัวที่แคบและการทดสอบอื่นๆ เช่น การหนีภัยจากใต้น้ำโดยไม่มีอุปกรณ์ช่วยหายใจ และการอยู่ในถังทดสอบใต้น้ำเป็นเวลานาน อย่างไรก็ดียังคงมีกรณีของลูกเรือที่ทนความคับแคบภายในเรือดำน้ำไม่ไหวและเกิดอาการคลุ้มคลั่งจนต้องให้ยาระงับประสาทและนำส่งขึ้นเรือผิวน้ำในโอกาสแรก

นอกจากปัญหาความคับแคบแล้ว ภายในเรือดำน้ำยังเต็มไปด้วยกลิ่น ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นน้ำมัน กลิ่นเหงื่อ กลิ่นบุหรี่ และกลิ่นอาหาร นอกจากนี้แล้วน้ำจืดยังถูกแบ่งให้ลูกเรือแต่ละคนอย่างจำกัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภารกิจการสอดแนมใต้น้ำเนื่องจากไม่อาจรู้ได้ว่าเรือจะต้องซ่อนพรางอยู่ในพื้นที่นานแค่ไหน ดังนั้นลูกเรือส่วนมากจึงไม่อาบน้ำและไม่โกนหนวด

ยิ่งไปกว่านั้น ในการลาดตระเวนเป็นเวลานาน จะมีถุงขยะสะสมอยู่ตามทางเดินซึ่งไม่สามารถทิ้งออกนอกตัวเรือได้เนื่องจากอาจเป็นการเปิดเผยตนเอง ดังนั้นการทิ้งขยะจึงสามารถทำได้ในพื้นที่ปลอดภัยเท่านั้น

เมื่อเรือออกปฏิบัติการในทะเล ลูกเรือจะได้รับอนุญาตให้แต่งกายด้วยเสื้อผ้าอะไรก็ได้ ซึ่งโดยมากแล้วจะเป็นเสื้อยืดกับกางเกงยีนส์หรือกางเกงขาสั้น โดยแทบไม่มีการเปลี่ยนเสื้อผ้าระหว่างการปฏิบัติภารกิจใต้น้ำ ซึ่งการละเว้นระเบียบวินัยเกี่ยวกับการแต่งกายบนเรือดำน้ำเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ลูกเรือดำน้ำถูกล้อเลียนจากลูกเรือผิวน้ำว่าเป็นโจรสลัดแห่งกองทัพเรือ

เรือดำน้ำอังกฤษยังคงชักธงโจรสลัดเมื่อกลับจากการปฏิบัติภารกิจในทะเล
(ภาพจาก BBC)

เรือดำน้ำ HMS Ocelot ผ่านภารกิจลับสุดยอดมามากมายในช่วงทศวรรษที่ 1960 ซึ่ง ทร.อังฤษไม่เคยเปิดเผย หรือแม้กระทั่งลูกเรือก็ได้รับข้อมูลว่าเป็นการออกเรือฝึกตามปกติ แต่ลูกเรือก็รู้ได้ว่าภารกิจในบางครั้งนั้นไม่ปกติเนื่องจากมีการทาสีทับเลขเรือก่อนออกเรือ เป็นต้น

อีกกรณีหนึ่งในระหว่าง “การฝึก” ตามปกติ เรือดำน้ำ HMS Ocelot ต้องกบดานอยู่ใต้น้ำด้วยความเงียบเป็นพิเศษ แม้กระทั่งพื้้นภายในเรือก็ถูกปูด้วยแผ่นยาง และลูกเรือต้องสวมรองเท้าพื้นยางเพื่อไม่ให้เกิดเสียงดังเพื่อไม่ให้ถูกตรวจจับได้ว่ามีเรือดำน้ำอยู่ในบริเวณนั้น

โดยส่วนมากแล้วลูกเรือจะไม่รู้ว่าในขณะนั้นดำบลที่เรืออยู่บริเวณใด แต่อุณหภูมิในเรือก็พอจะบอกได้ว่าเรือกำลังอยู่ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนหรือในน่านน้ำอันหนาวเย็นของโซเวียต

ลูกเรือแต่ละคนมีหน้าที่เฉพาะตัว แต่ทุกคนจะต้องมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับเรือดำน้ำ โดยการปฏิบัติงานในแต่ละวันจะแบ่งออกเป็นยาม 3 ผลัด และความมืดในเวลากลางคืนจะถูกแทนด้วยแสงจากหลอดไฟสีแดง

ข้อดีอย่างหนึ่งของการปฏิบัติงานในเรือดำน้ำคืออาหารในเรือดำน้ำจะดีกว่าอาหารบนเรือผิวน้ำ โดยเมนูแต่ละอย่างจะมีชื่อเล่นเฉพาะสำหรับลูกเรือดำน้ำ เช่น Babies’ Heads (สเต็กกับตับบด) และ Train Smash (มะเขือเทศกระป๋องกับเบค่อน) เป็นต้น

นายทหารสัญญาบัตรจะรับประทานอาหารในห้องโถงนายทหาร ส่วนนายทหารประทวนจะแออันกันอยู่ในห้องเมส โดยเสบียงสดจะอยู่ได้ประมาณ 2-3 สัปดาห์ หลังจากนั้นอาหารในเรือจะกลายเป็นอาหารกระป๋อง

ในช่วงก่อนปี ค.ศ.1970 ทร.อังกฤษยังคงมีการอนุญาตให้ดื่มเหล้ารัมในเรือ ซึ่งช่วงเวลาที่มีการแจกจ่ายเหล้ารัมหรือ Tot-Time จะเป็นช่วงเวลาที่ลูกเรือแต่ละคนรอคอย นอกจากนี้แล้วในช่วงเวลาว่างลูกเรือดำน้ำแต่ละคนจะแสวงหากิจกรรมฆ่าเวลาเพื่อไม่ให้เกิดความเบื่อหน่าย ไม่ว่าจะเป็นการเล่นไพ่ การเล่นบอร์ดเกม การอ่านหนังสือ และการชมภาพยนต์ในห้องเมส ซึ่งเมื่อผ่านไประยะหนึ่งจะกลายเป็นการฉายหนังซ้ำจนลูกเรือท่องบทได้และอาจมีการลดเสียงลงเพื่อให้ลูกเรือแต่ละคนพูดบทแทน

ลูกเรือดำน้ำในช่วง Tot-Time (ภาพจาก BBC)

กิจกรรมยามว่างอื่นๆ ประกอบด้วยพิธีการทางศาสนาในห้องตอร์ปิโดในวันอาทิตย์ และการสนทนาเรื่องทั่วไป โดยลูกเรือดำน้ำจะหลีกเลี่ยงการสนทนาในหัวข้อที่อาจทำให้เกิดความขัดแย้งกันได้ เช่น เรื่องการเมือง เรื่องศาสนา รวมถึงเรื่องการปฏิบัติการทางยุทธการ

เตียงนอนในเรือดำน้ำแคบจนไม่สามารถพลิกตัวได้ โดยลูกเรือแต่ละคนจะได้รับแจกหมอนและถุงนอนส่วนตัว แต่ภายในเรือจะใช้ระบบ Hot Bunks คือเมื่อลูกเรือคนนึงลุกจากเตียงไปเข้ายามก็จะมีลูกเรือที่ออกยามไปนอนแทน และโดยทั่วไปแล้วหลายคนก็จะเหนื่อยจากการทำงานจนกระทั่งเข้านอนโดยไม่เปลี่ยนเสื้อผ้า

ลูกเรือหลายคนขอย้ายออกจากเรือดำน้ำเมื่อเริ่มมีลูก เนื่องจากการติดต่อสื่อสารกับครอบครัวเป็นเรื่องยาก ลูกเรือดำน้ำไม่สามารถโทรศัพท์หรือเขียนจดหมายกลับบ้านได้ โดยโทรเลขส่วนตัวสามารถรับ-ส่งได้เมื่อเรืออยู่ใกล้ผิวน้ำและไม่ได้อยู่ในระหว่างการปฏิบัติภารกิจสำคัญเท่านั้น

ถึงแม้ความเป็นอยู่ในเรือดำน้ำจะยากลำบากและอันตราย แต่สิ่งที่ดึงดูดลูกเรือดำน้ำคือความใกล้ชิดภายในเรือ และระเบียบวินัยที่ไม่เคร่งครัดมากขณะออกปฏิบัติการ นอกจากนี้แล้วถึงแม้ว่าปฏิบัติการส่วนมากจะเป็นความลับและไม่มีใครสามารถพูดถึงรายละเอียดได้ แต่การปฏิบัติงานในเรือดำน้ำทำให้บ่อยครั้งที่ลูกเรือมีส่วนร่วมกับปฏิบัติการจริงในช่วงสงครามเย็น ซึ่งน้อยคนจะได้มีโอกาสนี้

ลูกเรือดำน้ำ HMS Ocelot กลับมารวมตัวกันเนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี การปล่อยเรือลงน้ำ เมื่อปีที่แล้ว (ภาพจาก BBC)

ลูกเรือดำน้ำ HMS Ocelot ยังคงนัดพบปะกันเป็นประจำเพื่อพูดคุยถึงประสบการณ์ที่เคยผ่านมาด้วยกัน ซึ่งถึงแม้กาลเวลาจะผ่านไป แต่ความใกล้ชิดอันแน่นแฟ้นของลูกเรือดำน้ำยังคงมีอยู่ และเป็นความแน่นแฟ้นที่หาได้ยากในอาชีพอื่น

HMS Ocelot ปลดระวางประจำการเมื่อปี ค.ศ.1991 และปัจจุบันตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์อยู่ที่ The Historic Dockyard Chatham

ที่มา http://www.bbc.co.uk/news/magazine-25019489

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s