ทร.สหรัฐฯ ปรับแผนการใช้กำลังทางเรือใหม่

ทร.สหรัฐฯ ปรับแผนเรือออกปฏิบัติการเหลือหมวดเรือบรรทุกเครื่องบิน (CSG) ออกปฏิบัติการแค่ 2 หมวดเรือในเวลาเดียวกัน

ผู้บัญชาการ Fleet Forces Command แถลงการปรับแผนปฏิบัติการของกำลังทางเรือของ ทร.สหรัฐฯ ในแผน Optimized Fleet Response Plan (OFRP) มีรายละเอียดที่สำคัญเกี่ยวกับการปรับลดจำนวนหมวดเรือบรรทุกเครื่องบิน (CSG) ลงเหลือ 2 หมวดเรือออกปฏิบัติการในเวลาเดียวกัน จากเดิม 3-4 หมวดเรือ และเพิ่มจำนวนเรือคุ้มกันในหมวดเรือจากเดิม 3-4 ลำ เป็น 7-8 ลำ รวมถึงจัดเรือที่มีขีดความสามารถในการป้องกันภัยจากขีปนาวุธหรือ Ballistic Missile Defense (BMD) อยู่ในหมวดเรือ CSG เพื่อคุ้มกันเรือบรรทุกเครื่องบินจากขีปนาวุธ DF-21D ของจีน

แผน OFRP ยังปรับห้วงเวลาการออกปฏิบัติการของเรือรบสหรัฐฯ โดยกำหนดระยะเวลาออกปฏิบัติการ 8 เดือน (จากเดิม 6 เดือน) ในวงรอบ 3 ปี ส่วนในช่วงเวลานอกเหนือจาก 8 เดือนจะเป็นการซ่อมบำรุง การฝึก และการทดสอบความพร้อมสำหรับวงรอบปฏิบัติการต่อไป ซึ่งจะทำให้มีเรือออกปฏิบัติการเหลือไม่ถึง 1 ใน 4 ของจำนวนเรือทั้งหมดใน ทร.สหรัฐฯ หรือน้อยกว่า 70 ลำ ลดลงจาก 81 ลำในปัจจุบัน

การปรับแผนดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้กำลังพลประจำเรือได้มีเวลาอยู่ที่ Home Port มากขึ้นและลดเวลาที่ต้องออกปฏิบัติการแบบ Forward Deployed ลง ช่วยให้กำลังพลสามารถวางแผนชีวิตล่วงหน้าได้แน่นอนขึ้น และเพิ่มระยะเวลาในการฝึกกับการซ่อมบำรุง ซึ่งถึงแม้ว่าจะมีจำนวนเรือออกปฏิบัติการน้อยลง แต่จะทำให้กำลังที่ออกปฏิบัติการมีความพร้อมมากขึ้น นอกจากนี้การลดกำลังทางเรือในทะเลยังช่วยให้สามารถปรับงบประมาณไปใช้ในการซ่อมบำรุงเรือได้มากขึ้นเพื่อให้เรือมีความพร้อมตลอดอายุการใช้งาน 30-50 ปี

แผน OFRP เป็นความพยายามของ ทร.สหรัฐฯ ที่จะตอบรับสถานการณ์ด้านงบประมาณที่มีแนวโน้มลดลง ในขณะที่ภัยคุกคามทางทหารจากจีนมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น ผลกระทบของการปรับแผนดังกล่าวจะทำให้ปฏิบัติการโพ้นทะเลของ ทร.สหรัฐฯ ลดลงในภาพรวม โดยมีแนวโน้มว่าหมวดเรือบรรทุกเครื่องบินจำนวน 2 หมวดเรือ จะประจำอยู่ในพื้นที่มหาสมุทรแปซิฟิก 1 หมวดเรือเพื่อพร้อมรับสถานการณ์กับจีน กับอีก 1 หมวดเรือจะประจำอยู่ในพื้นที่มหาสมุทรอินเดียและอ่าวเปอร์เซียเพื่อพร้อมรับสถานการณ์กับอิหร่าน ส่วนในพื้นที่อื่น ทร.สหรัฐฯ จะต้องพึ่งพาการใช้เรือยกพลขึ้นบกแบบ LHD/LHA (Amphibious Assault Ship) ซึ่งมีขีดความสามารถในการรองรอบเครื่องบินแบบ STOVL แทน

ทั้งนี้ถึงแม้ว่าแผน OFRP จะเน้นการปฏิบัติการของหมวดเรือบรรทุกเครื่องบินเป็นหลัก แต่ ทร.สหรัฐฯ ยังคงยืนยันว่าจะต้องมีเรือที่ปฏิบัติการเป็นอิสระจากหมวดเรือบรรทุกเครื่องบิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้เรือที่มีขีดความสามารถด้าน BMD ในมหาสมุทรแอตเลนติกและทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และการใช้เรือพิฆาตที่มี UAV สำหรับปฏิบัติการหาข่าวและสนับสนุนปฏิบัติการพิเศษในแอฟริกา

ในส่วนของปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชนและการเยือนเมืองท่าเพื่อเสริมสร้างความสำคัญยังคงเป็นกิจหลักของ ทร.สหรัฐฯ ในยามสงบ แต่กิจดังกล่าวจะถูกมอบให้กับเรือช่วยรบใน Military Sealift Command (MSC) มากขึ้น ซึ่งต่อไปในอนาคตเราคงได้เห็นภาพเรือลำเลียงและเรือช่วยรบจอดเยี่ยมเมืองท่ามากกว่าเรือบรรทุกเครื่องบินและเรือรบหลักแบบในปัจจุบัน

ที่มา
War is Boring
USNI

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s