ขนาดของเรือดำน้ำกับขีดความสามารถ ประสิทธิภาพ และความคุ้มค่า

จากการพิจารณาผิวเผินอาจทำให้เราคิดว่าเรือรบหรืออาวุธอื่นๆ ยิ่งมีขนาดใหญ่ ยิ่งมีพื้นที่ติดตั้งอุปกรณ์ได้มาก และยิ่งเป็นการเพิ่มขีดความสามารถและความคุ้มค่า แต่ในกรณีของเรือดำน้ำมีปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้องมากกว่านั้น ทำให้ขนาดอาจไม่ใช่สิ่งที่สามารถนำมาตัดสินขีดความสามารถ ประสิทธิภาพ และความคุ้มค่าได้โดยง่าย

ขีดความสามารถสำคัญที่สุดของเรือดำน้ำคือการซ่อนพราง ดังนั้นการออกแบบเรือดำน้ำจึงมีเป้าหมายหลักในการซ่อนพรางและลดการถูกตรวจจับ ซึ่งขนาดเป็นปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการซ่อนพราง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่หน้าตัดในการสะท้อนคลื่นโซนาร์ ทำให้เรือดำน้ำขนาดใหญ่จำเป็นต้องมีมาตรการเพิ่มเติมในการลดการสะท้อนคลื่นโซนาร์ เช่น การติดตั้งแผ่นดูดกลืนเสียง ในขณะที่เรือดำน้ำขนาดกลางและขนาดเล็กสามารถใช้ขนาดของเรือในการลดการสะท้อนคลื่นโซนาร์ได้โดยไม่ต้องติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติม

เรือดำน้ำใช้ความซับซ้อนของสภาพแวดล้อมใต้น้ำให้เป็นประโยชน์ (ภาพจาก Naval Engineering Education Center)

ปัจจัยที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือขีดความสามารถในการปฏิบัติการในพื้นที่จำกัด ซึ่งนอกจากขีดความสามารถในการดำแล้ว ยังต้องพิจารณาถึงความคล่องตัวในการดำและการเปลี่ยนความลึกด้วย เนื่องจากเรือดำน้ำจำเป็นต้องอาศัยสภาพแวดล้อมใต้น้ำที่แตกต่างกันตามความลึกในการซ่อนพราง ดังนั้นถึงแม้ว่าเรือดำน้ำขนาดใหญ่จะสามารถดำในพื้นที่อ่าวไทยได้ แต่ก็ขาดความคล่องตัวในการเปลี่ยนความลึก ทำให้ไม่สามารถใช้ประโยชน์จากความแตกต่างของสภาพแวดล้อมใต้น้ำได้อย่างเต็มที่

เรือดำน้ำชั้น Collins ของ ทร.ออสเตรเลีย มีระยะปฏิบัติการมากกว่า 1 หมื่นไมล์ทะเล (ภาพจากอินเตอร์เนต)

อย่างไรก็ดี แนวความคิดการออกแบบเรือดำน้ำของบางประเทศก็ยอมที่จะลดความคล่องตัวโดยการเพิ่มขนาดเพื่อเพิ่มพื้นที่ในการติดตั้งอุปกรณ์และเพิ่มระยะปฏิบัติการ ตัวอย่างเช่น เรือดำน้ำชั้น Collins ของออสเตรเลียที่มีระวางขับน้ำบนผิวน้ำประมาณ 3,100 ตัน และมีระยะปฏิบัติการมากกว่า 1 หมื่นไมล์ทะเล หรือแนวคิดการใช้เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ของประเทศมหาอำนาจที่ใช้เรือขนาดใหญ่มากแต่มีแหล่งพลังงานและระยะปฏิบัติการที่ไม่จำกัด

การเพิ่มขนาดเรือดำน้ำทำให้มีความจำเป็นในการเพิ่มขนาดของระบบขับเคลื่อนตามไปด้วย เพื่อให้ยังคงรักษาขีดความสามารถด้านระยะปฏิบัติการ ความเร็ว และความคล่องตัว ซึ่งระบบขับเคลื่อนขนาดใหญ่ก็จะมีน้ำหนักมากขึ้น มีความสิ้นเปลืองสูงขึ้น ส่งผลต่อระยะปฏิบัติการที่สั้นลงและความต้องการชาร์จแบตเตอรี่ที่เพิ่มขึ้น

การสร้างเรือดำน้ำแบบตัวเรือชั้นเดียว (ภาพจาก Murcia Today)

ปัจจัยสุดท้ายที่เกี่ยวข้องกับขนาดเรือดำน้ำคือความคุ้มค่าในการใช้พื้นที่ เนื่องจากเรือดำน้ำมีขนาดที่จำกัดและการเพิ่มอุปกรณ์อย่างหนึ่งจะส่งผลต่อพื้นที่สำหรับอุปกรณ์อื่น แนวโน้มของการออกแบบเรือดำน้ำในปัจจุบันจึงมีทิศทางไปเป็นการใช้ตัวเรือชั้นเดียวมากกว่าตัวเรือ 2 ชั้น เนื่องจากเรือดำน้ำแบบตัวเรือ 2 ชั้นใช้การติดตั้งถังดำ (Main Ballast Tanks) รอบตัวเรือทนความดัน ทำให้ตัวเรือมีขนาดใหญ่ขึ้นมาก แต่มีพื้นที่ใช้สอยภายในที่จำกัด ในขณะที่เรือดำน้ำแบบตัวเรือชั้นเดียวมีถังดำอยู่บริเวณหัวเรือกับท้ายเรือ และถึงแม้ว่าเรือดำน้ำแบบตัวเรือ 2 ชั้นจะมีปริมาตรถังดำมากกว่า ทำให้มีขีดความสามารถในการลอยขึ้นสู่ผิวน้ำได้ในกรณีที่ตัวเรือทนความดันบางส่วนจะได้รับความเสียหายและมีน้ำรั่วเข้าเรือ แต่อำนาจการทำลายของตอร์ปิโดสมัยใหม่ก็อาจสร้างความเสียหายจนปริมาตรถังดำของตัวเรือ 2 ชั้นไม่เพียงพอที่จะช่วยให้เรือลอยกลับขึ้นสู่ผิวน้ำ

เรือดำน้ำแบบตัวเรือ 2 ชั้น มีถังดำอยู่รอบตัวเรือทนความดัน (ภาพจาก 2eyeswatching)

นอกจากความคุ้มค่าในการใช้พื้นที่แล้ว เรือดำน้ำแบบตัวเรือ 2 ชั้นยังมีความยุ่งยากและมีค่าใช้จ่ายสูงในการซ่อมบำรุง ส่งผลให้เรือดำน้ำแบบตัวเรือ 2 ชั้นมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าในระยะยาว และมีอายุการใช้งานสั้นกว่าเรือดำน้ำแบบตัวเรือชั้นเดียว ทำให้ประเทศที่สร้างและใช้เรือดำน้ำแบบตัวเรือ 2 ชั้นในปัจจุบัน ได้แก่ รัสเซียและจีน กำลังหันไปวิจัยการสร้างเรือดำน้ำรุ่นใหม่แบบตัวเรือชั้นเดียวแทน

เรือดำน้ำชั้น Yuan (ภาพจากอินเตอร์เนต)

เมื่อพิจารณาความคุ้มค่าของเรือดำน้ำ S26T ซึ่งมีพื้นฐานจากเรือดำน้ำชั้น Yuan พบว่าเป็นเรือดำน้ำขนาดใหญ่ ระวางขับน้ำบนผิวน้ำ 2,600 ตัน ซึ่งขนาดเรือที่ใหญ่ช่วยให้สามารถติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมได้ เช่น ระบบขับเคลื่อน AIP แต่กลับมีระยะปฏิบัติการเพียง 8,000 ไมล์ทะเล ซึ่งสั้นกว่าเรือดำน้ำชั้น 209/1400 และ DSME 1400 ที่มีขนาดระวางขับน้ำประมาณ 1,400 ตัน แต่มีระยะปฏิบัติการมากกว่า 1 หมื่นไมล์ทะเล ในขณะที่เรือดำน้ำชั้น A26 สามารถติดตั้งระบบขับเคลื่อน AIP ได้ในขนาดระวางขับน้ำประมาณ 1,900 ตัน นอกจากนี้เรือดำน้ำชั้น Yuan ยังเป็นเรือดำน้ำแบบตัวเรือ 2 ชั้น ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเก่าที่ทำให้เรือมีขนาดใหญ่และใช้ประโยชน์จากพื้นที่ได้ไม่เต็มที่ รวมทั้งบำรุงรักษาได้ยากและมีอายุการใช้งานสั้นกว่า ซึ่งจะส่งผลต่อความคุ้มค่าในระยะยาว

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s