บทสัมภาษณ์ น.ท.Eddie Tan ผบ.ศูนย์ฝึกเรือดำน้ำ ทร.สิงคโปร์ ในนิตยสาร Jane’s Navy International

ทร.สิงคโปร์เริ่มการฝึกเกี่ยวกับเรือดำน้ำเป็นครั้งแรกโดยการส่งนายทหารจำนวน 8 นาย ไปรับการฝึกปฏิบัติการเรือดำน้ำที่เยอรมนีในช่วงทศวรรษที่ 1980 ก่อนการจัดหาเรือดำน้ำชั้น Challenger จากสวีเดนในช่วงปลายทศวรรษที่ 1990 โดย น.ท. Eddie Tan กล่าวว่ากำลังพลประจำเรือดำน้ำรุ่นแรกของ ทร.สิงคโปร์ ได้รับการฝึกในพื้นที่จำกัดของทะเลบอลติกและเกาะแก่งในน่านน้ำสวีเดนตั้งแต่ปี ค.ศ.1996 และต่อมาในปี ค.ศ.2001 ทร.สิงคโปร์ได้เริ่มการฝึกหลักสูตรเรือดำน้ำด้วยตัวเองในประเทศคู่ขนานไปกับการฝึกในหัวข้อที่มีความซับซ้อนที่สวีเดน และค่อยๆ ถ่ายโอนหัวข้อทั้งหมดไปทำการฝึกที่สิงคโปร์

หลักสูตรกำลังพลประจำเรือดำน้ำของ ทร.สิงคโปร์ ประกอบด้วยการฝึกอบรมบกบนเป็นเวลา 1 ปี และการฝึกในทะเล โดยมี RSS Challenger ซึ่งเป็นศูนย์ฝึกเรือดำน้ำแห่งใหม่ ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการฝึกและการทำ Qualification ของนักเรือดำน้ำสิงคโปร์ โดยศูนย์ฝึกเรือดำน้ำ RSS Challenger ประกอบด้วยกำลังพลที่มีประสบการณ์การปฏิบัติงานในเรือดำน้ำ ร่วมกับกำลังพลจากกองเรือดำน้ำ หรือ 171 Squadron ของ ทร.สิงคโปร์ ทำหน้าที่เป็นชุดฝึกปฏิบัติการเรือดำน้ำและตรวจประเมิน Operational Sea Training and Inspection (OSTI) รับผิดชอบการรับรองมาตรฐานความพร้อมของเรือดำน้ำแต่ละลำ

เครื่องช่วยการฝึกของศูนย์ฝึกเรือดำน้ำ RSS Challenger ประกอบด้วยเครื่องฝึกศูนย์ยุทธการเรือดำน้ำ (Submarine Command Team Trainer – SCTT), เครื่องฝึกการควบคุมเรือดำน้ำ (Submarine Steering and Dive Trainer – SSDT), ห้องควบคุมการฝึก, ห้องประชุมสรุปผลการฝึก, ห้องเรียน และห้องสำนักงาน ซึ่ง น.ท.Tan กล่าวเสริมว่าหัวใจสำคัญของเครื่องฝึกศูนย์ยุทธการเรือดำน้ำ (SCTT) คือห้องศูนย์ยุทธการเรือดำน้ำจำลอง ประกอบด้วยระบบโซนาร์, ระบบอาวุธ, ระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์, ระบบเดินเรือ, กล้อง Periscope และระบบสื่อสารภายใน ซึ่งผู้รับการฝึกจะได้รับการฝึกการทำงานเป็นทีมตั้งแต่การตรวจจับเป้า การรวบรวมภาพสถานการณ์ และการยิงอาวุธ ภายใต้สถานการณ์จำลองที่มีความเสมือนจริง โดยเครื่องฝึก SCTT นอกจากจะจำลองการทำงานของเรือดำน้ำและตอร์ปิโดแล้ว ยังสามารถจำลองการทำงานของเป้าเรือประเภทต่างๆ ในพื้นที่ปฏิบัติการ เช่น เรือผิวน้ำ เรือดำน้ำ และอากาศยาน

ส่วนเครื่องฝึก SSDT ติดตั้งบนฐานแท่นเคลื่อนที่ได้เพื่อจำลองการโคลงของเรือดำน้ำ สำหรับฝึกความคุ้นเคยกับการเคลื่อนที่ของเรือดำน้ำ และอาการตอบสนองของเรือต่อการควบคุมการเคลื่อนที่และการดำ ซึ่ง น.ท.Tan กล่าวเสริมอีกว่าเทคโนโลยีเป็นหัวใจสำคัญของการปฏิบัติงานของศูนย์ฝึกเรือดำน้ำสิงคโปร์ โดยหน้าที่อีกอย่างหนึ่งของศูนย์ฝึกเรือดำน้ำคือการคอยติดตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่สามารถนำมาใช้ในการฝึกได้ เช่น เทคโนโลยี Virtual Reality เป็นต้น

น.ท.Tan เน้นย้ำถึงทักษะและความสามารถที่นักเรือดำน้ำจะต้องมี โดยการปฏิบัติงานภายในเรือดำน้ำนอกจากจะต้องอาศัยทำงานร่วมกันเป็นทีมภายใต้สภาพแวดล้อมที่จำกัดแล้ว นักเรือดำน้ำยังต้องมีทัศนคติที่ดี และต้องมีความเข้าใจอย่างละเอียดเกี่ยวกับการทำงานของระบบต่างๆ ภายในเรือ รวมทั้งขั้นตอนการปฏิบัติต่างๆ ทั้งในสถานการณ์ปกติและสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งการฝึกนักเรือดำน้ำเป็นทั้งการสร้างความเชื่อมั่นในขีดความสามารถของเรือ และเป็นการประเมินการปฏิบัติของกำลังพลประจำเรือดำน้ำแต่ละคนในการตอบสนองต่อสถานการณ์ที่มีความตึงเครียดสูง โดยพื้นที่ปฏิบัติการของเรือดำน้ำสิงคโปร์ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่จำกัดในเขตน้ำตื้นที่มีการสัญจรหนาแน่น ดังนั้นการฝึกกำลังพลประจำเรือดำน้ำของสิงคโปร์จึงออกแบบให้เน้นความปลอดภัยในการปฏิบัติการใต้น้ำ การรวบรวมภาพสถานการณ์ และการป้องกันการชนกับเรือผิวน้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปฏิบัติการที่ความลึก Periscope Depth ใกล้ผิวน้ำในบริเวณที่มีเป้าหน้าแน่น

ปัจจุบัน ทร.สิงคโปร์ยังคงมีความสัมพันธ์ด้านเรือดำน้ำกับเยอรมนี โดยหลังจากการทำสัญญาจัดหาเรือดำน้ำชั้น 218SG จากบริษัท TKMS ทร.สิงคโปร์ได้เริ่มพัฒนาแผนการฝึกกำลังพลประจำเรือดำน้ำกับ ทร.เยอรมนี ซึ่งคาดว่าจะมีความร่วมมือเกี่ยวกับเรือดำน้ำของ ทร.ทั้ง 2 ประเทศเพิ่มมากขึ้นต่อไปในอนาคต โดย น.ท.Tan กล่าวว่านอกเหนือจากความร่วมมือด้านเรือดำน้ำกับเยอรมนีและสวีเดนแล้ว ทร.สิงคโปร์ยังมีความร่วมมือด้านเรือดำน้ำในรูปแบบของการแลกเปลี่ยนการฝึกอบรมกับประเทศอื่นๆ เช่น ออสเตรเลีย, เนเธอร์แลนด์ และสหรัฐฯ อย่างไรก็ดีในปัจจุบันการฝึกของศูนย์ฝึกเรือดำน้ำสิงคโปร์ยังไม่รองรับการฝึกให้กับ ทร.ต่างชาติ แต่คาดว่าศูนย์ฝึกเรือดำน้ำสิงคโปร์จะสามารถรองรับการฝึกนักเรือดำน้ำต่างชาติได้ในอนาคต

ความท้าทายของศูนย์ฝึกเรือดำน้ำสิงคโปร์คือการตอบสนองต่อความต้องการด้านยุทธการในการปฏิบัติการจริง โดย น.ท.Tan กล่าวว่าความสำเร็จของการปฏิบัติงานของเรือดำน้ำคือการที่ผู้ปฏิบัติงานสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างทันท่วงที ซึ่งการฝึกกำลังพลประจำเรือดำน้ำจะต้องครอบคลุมขอบเขตและความซับซ้อนของสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ เพื่อตอบรับความจำเป็นทางยุทธการได้อย่างเพียงพอต่อไป


ที่มา – นิตยสาร Jane’s Navy International ฉบับเดือนตุลาคม 2558

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s