3001

ชีวิตในเรือดำน้ำ SSBN ของ ทร.อังกฤษ – ถ้าต้องกดปุ่มยิง หมายความว่าการป้องปรามทางยุทธศาสตร์ได้ล้มเหลวลงแล้ว

เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา กระทรวงกลาโหมอังกฤษได้เชิญผู้สื่อข่าวไปเยี่ยมชมเรือดำน้ำติดตั้งขีปนาวุธหัวรบนิวเคลียร์ (Ballistic Missile Nuclear Submarine – SSBN) เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี โดยได้เปิดให้เยี่ยมชมเรือดำน้ำ HMS Vigilant ที่จอดอยู่ ณ ฐานทัพเรือดำน้ำ HMNB Clyde นับเป็นครั้งแรกที่มีการเปิดเผยให้เห็นชีวิตภายในเรือดำน้ำ SSBN ของ ทร.อังกฤษ รวมทั้งปุ่มกดยิงขีปนาวุธหัวรบนิวเคลียร์

3000

เรือดำน้ำ HMS Vigilant (ภาพจาก The Guardian)

เรือดำน้ำ HMS Vigilant เป็นหนึ่งในเรือดำน้ำ SSBN ชั้น Vanguard ของ ทร.อังกฤษ สามารถติดตั้งขีปนาวุธหัวรบนิวเคลียร์ Trident II จำนวน 16 ลูก แต่ละลูกมีอำนาจการทำลายมากกว่าระเบิดนิวเคลียร์ที่ฮิโรชิมาประมาณ 100 เท่า อย่างไรก็ดีเรือดำน้ำ SSBN เป็นอาวุธป้องปรามทางยุทธศาสตร์ไม่ให้เกิดสงครามนิวเคลียร์ หรือเรียกอีกอย่างว่าเป็นอาวุธที่ถูกสร้างมาเพื่อป้องกันไม่ให้เกินสงครามที่จำเป็นต้องใช้อาวุธนั้นจริง ดังที่ น.ต.Woods นายทหารการอาวุธของเรือดำน้ำ HMS Vigilant ได้กล่าวว่าหากมีความจำเป็นต้องกดปุ่มยิงอาวุธนิวเคลียร์ คือกรณีที่อังกฤษถูกโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์ก่อนเท่านั้น หมายความว่าการป้องปรามทางยุทธศาสตร์ได้ล้มเหลวลงแล้ว

3005

ปุ่มกดยิงขีปนาวุธนิวเคลียร์ในเรือดำน้ำ HMS Vigilant (ภาพจาก The Guardian)

หน้าที่หลักของเรือดำน้ำ SSBN ของ ทร.อังกฤษคือการเตรียมพร้อมเป็นฐานยิงอาวุธนิวเคลียร์ที่มองไม่เห็น เพื่อเป็นหลักประกันในการตอบโต้กลับหากอังกฤษถูกโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์ก่อน ซึ่งอาจมีคำถามว่าเทคโนโลยีใหม่ในปัจจุบันเช่น Drone ใต้น้ำและค้นหาเรือดำน้ำด้วยอากาศยานจะทำให้เรือดำน้ำ SSBN ล้าสมัยหรือหมดความสำคัญหรือไม่ แต่ น.ท.Dan Martyn ผบ.เรือดำน้ำ HMS Vigilant กล่าวว่าเทคโนโลยีการปราบเรือดำน้ำในปัจจุบันยังไม่ถึงขั้นที่จะสามารถค้นหาเรือดำน้ำขณะปฏิบัติการใต้น้ำได้โดยง่าย นอกจากนี้เทคโนโลยีเรือดำน้ำยังมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และยังคงมีความทันสมัยนำหน้าเทคโนโลยีการปราบเรือดำน้ำอยู่ โดย พล.ร.ต.John Weale ผบ.กองเรือดำน้ำอังกฤษ กล่าวว่าเรือดำน้ำชั้น Vanguard เป็นผลผลิตจากช่วงสงครามเย็น ไม่ใช่สิ่งที่ตกค้างมาจากประวัติศาสตร์ และเรือดำน้ำ SSBN ยังคงเป็นขีดความสามารถสำคัญของการป้องปรามทางยุทธศาสตร์ ซึ่งยังคงมีความจำเป็นอยู่

3002

ห้องตอร์ปิโดภายในเรือดำน้ำ HMS Vigilant (ภาพจาก The Guardian)

ความเป็นอยู่ในเรือดำน้ำ SSBN ไม่ได้มีความคับแคบมากอย่างที่คิด ถึงแม้ว่าจะมีท่อทางและสายไฟอยู่ตามทางเดิน นอกจากนี้ในเรือดำน้ำ SSBN ยังไม่ใช้แนวคิดการใช้เตียงร่วมกัน (Hot Bunking) ซึ่งต่างจากเรือดำน้ำขนาดเล็กแบบอื่น โดยกำลังพลประจำเรือทุกนายจะมีเตียงเป็นของตนเอง ซึ่งจะใช้เป็นเป็นพื้นที่ส่วนตัวสำหรับการอ่านหนังสือหรือฟังเพลงเพื่อผ่อนคลายหลังการปฏิบัติงาน และกำลังพลประจำเรือดำน้ำจะได้รับวิตามิน D วันละ 2 เม็ดเพื่อลดผลกระทบจากการไม่ได้รับแสงอาทิตย์อย่างเพียงพอ

3003

กำลังพลประจำเรือดำน้ำ HMS Vigilant แต่ละนายมีเตียงเป็นพื้นที่ส่วนของของตนเอง (ภาพจาก The Guardian)

เรือดำน้ำ SSBN ของ ทร.อังกฤษ ออกปฏิบัติการครั้งละประมาณ 80 วัน ซึ่งในระหว่างนั้นเส้นทางเดินเรือ กำหนดการ และพื้นที่ปฏิบัติการของเรือจะเป็นความลับสุดยอด และกำลังพลประจำเรือแทบจะถูกตัดขาดจากโลกภายนอก เว้นแต่เพียงการรับข้อความจากทางบ้านความยาว 120 คำต่อ 1 สัปดาห์ อย่างไรก็ดีการปฏิบัติงานใต้น้ำต่อเนื่องเป็นเวลานานอาจทำให้แต่ละวันของสัปดาห์หมดความแตกต่างไป มีเพียงรายการอาหารที่สามารถใช้บอกได้ว่าวันนั้นเป็นวันอะไร เช่น ปลาสำหรับวันศุกร์ และพิซซ่าสำหรับวันอาทิตย์ เป็นต้น ส่วนกิจกรรมผ่อนคลายอื่นๆ เช่น การเล่นไพ่ รวมถึงการอนุญาตให้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในเรือ เป็นนโยบายของ ผบ.เรือ ซึ่งในเรือแต่ละลำอาจมีความแตกต่างกันไป

ทร.อังกฤษ เริ่มอนุญาตให้มีกำลังพลเพศหญิงในเรือดำน้ำตั้งแต่ปี ค.ศ.2011 โดยเรือดำน้ำ HMS Vigilant มีทหารหญิงจำนวน 5 คน จากกำลังพลประจำเรือทั้งหมดจำนวน 168 คน ซึ่งความเป็นอยู่ของทหารหญิงในเรือดำน้ำแทบไม่มีความแตกต่างจากทหารหญิงในหน่วยอื่นๆ ใน ทร.อังกฤษ ที่ทหารหญิงยังคงเป็นคนกลุ่มน้อย และจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนภายในเรือดำน้ำบ้างเพื่อรองรับกำลังพลเพศหญิง เช่น การแยกห้องน้ำและห้องพักอาศัย

3004

น.ต.หญิง Alexandra Olsson หนึ่งในทหารหญิงในเรือดำน้ำ HMS Vigilant (ภาพจาก The Guardian)

ลึกเข้าไปภายในตัวเรือดำน้ำ HMS Vigilant คือท่อยิงขีปนาวุธจำนวน 16 ท่อ ซึ่ง ทร.อังกฤษ ไม่เปิดเผยว่าในจำนวนนั้นมีขีปนาวุธบรรจุอยู่กี่ท่อ รวมทั้งจำนวนและขนาดของหัวรบนิวเคลียร์ก็ถูกปิดเป็นความลับ ซึ่งในกรณีที่เรือดำน้ำ SSBN คิดว่ามีความเสี่ยงในการถูกไล่ล่า เรือดำน้ำจะเข้าสู่สถานะเงียบซึ่งเงียบยิ่งกว่าการปฏิบัติงานปกติ ถึงขนาดที่ว่าผู้ที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องจะถูกส่งไปเข้านอนเพื่อช่วยลดเสียง

สำหรับการยิงขีปนาวุธนิวเคลียร์นั้น จะเป็นคำสั่งโดยตรงมาจากนายกรัฐมนตรีอังกฤษ และผู้บังคับการเรือจะสั่งการต่อไปยังนายทหารการอาวุธ โดยปุ่มกดยิงที่นำมาแสดงเป็นปุ่มจำลองสำหรับการฝึก แต่ปุ่มกดจริงจะถูกเก็บไว้ในอยู่ในตู้เซฟ ซึ่งจะมีเพียงนายทหารการอาวุธและผู้ช่วยเท่านั้นที่ทราบรหัสล็อค โดย น.ต.Woods กล่าวว่าหากกดปุ่มยิงไปแล้วทุกอย่างจะเป็นไปโดยอัตโนมัติไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้อีก และไม่มีปุ่มสำหรับสั่งให้ขีปนาวุธทำลายตัวเอง ซึ่งนับเป็นทั้งเกียรติและภาระอย่างสูงสำหรับผู้ที่ได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่กดปุ่มยิง

Vanguard-submarine_3555314b

น.ต.Woods นายทหารการอาวุธของเรือดำน้ำ HMS Vigilant กับปุ่มกดยิงขีปนาวุธนิวเคลียร์ (ภาพจาก The Telegraph)

ที่มา – Onboard a Trident submarine: ‘If I have to pull the trigger, deterrence has failed’

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s