การฝึกภาคปฏิบัติในทะเลของหลักสูตรนายทหารยามเรือดำน้ำ ทร.เยอรมนี

หลักสูตรนายทหารยามเรือดำน้ำ (Wachoffizier) เป็นหลักสูตรพื้นฐานสำหรับกำลังพลเรือดำน้ำชั้นนายทหารสัญญาบัตรของ ทร.เยอรมนี ระยะเวลาหลักสูตรประมาณ ๑ ปี ประกอบด้วยการศึกษาทฤษฎีในห้องเรียน, การฝึกในเครื่องฝึกจำลอง, การทดสอบภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ รวมทั้งการศึกษาดูงานบริษัทผู้ผลิตที่เกี่ยวข้องกับระบบอำนวยการรบและระบบอาวุธของเรือดำน้ำ โดยในขั้นตอนสุดท้ายของหลักสูตรจะเป็นการฝึกภาคปฏิบัติในเรือดำน้ำจริง ซึ่งนอกจากผู้เข้ารับการฝึกอบรมจะต้องเรียนรู้ยุทธวิธีและการใช้อาวุธของเรือดำน้ำแล้ว ยังต้องเรียนรู้รายละเอียดทางเทคนิคของระบบภายในเรือดำน้ำทั้งหมด เช่น ระบบการดำ, ระบบไฟฟ้า, ระบบเดินเรือ และระบบความปลอดภัย รวมถึงการแก้ไขปัญหาในกรณีเกิดเหตุขัดข้องต่างๆ

01

หลักสูตรนายทหารยามเรือดำน้ำเป็นหลักสูตรที่มีความเข้มข้นสูงมาก และผู้เข้ารับการฝึกอบรมจะต้องผ่านการทดสอบในทุกขั้นตอน ทั้งการทดสอบภาคทฤษฎีในห้องเรียน, การทดสอบภาคปฏิบัติในเครื่องฝึก และการทดสอบภาคปฏิบัติในทะเลในเรือดำน้ำจริง โดยจากจำนวนผู้เข้ารับการฝึกอบรมเริ่มต้นที่ 7 คนเมื่อปีที่แล้ว คงเหลือเพียง 5 คนที่ผ่านมาถึงขั้นตอนการฝึกปฏิบัติในทะเล ซึ่งผู้ที่ไม่ผ่านการทดสอบจะไม่มีโอกาสแก้ตัวใหม่ และไม่สามารถสมัครกลับเข้ามาเป็นกำลังพลเรือดำน้ำได้อีก

00

การฝึกภาคปฏิบัติในทะเลของหลักสูตรนายทหารยามเรือดำน้ำ ทร.เยอรมนี มีระยะเวลา 2 สัปดาห์ ประกอบด้วยเรือดำน้ำ U34  และเรือพี่เลี้ยงเรือดำน้ำ FGS Main ของ ทร.เยอรมนี กับเรือฟริเกต HDMS Peter Willemoes ของ ทร.เดนมาร์ค รวมทั้งเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์ปราบเรือดำน้ำ ซึ่งเรือและอากาศยานทั้งหมดจะร่วมกันทดสอบว่าผู้เข้ารับการฝึกอบรมจำนวน 5 คนที่เหลือจะผ่านการคัดเลือกเป็นกำลังพลเรือดำน้ำของ ทร.เยอรมนีหรือไม่ นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสในการฝึกปราบเรือดำน้ำร่วมกันระหว่าง ทร.เยอรมนี และ ทร.เดนมาร์คอีกด้วย

สิ่งแรกที่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้รับเมื่อลงไปฝึกในเรือดำน้ำคือแฟ้มหลักสูตร ซึ่งจะต้องนำติดตัวไปตลอดเวลา ภายในแฟ้มประกอบด้วยหัวข้อความรู้และหัวข้อการทดสอบตลอดช่วงเวลาการฝึกในทะเล โดยหัวข้อการฝึกแรกเมื่อเรือดำน้ำ U34 เดินทางถึงพื้นที่ฝึกบริเวณช่องแคบ Skagerrak ทางตอนเหนือของเดนมาร์ค คือหัวข้อการฝึกรับ-ส่งคนทางดิ่งระหว่างเรือดำน้ำกับเฮลิคอปเตอร์ หรือ “Winchex” ซึ่งนับเป็นเรื่องท้าทายอย่างมากเนื่องจากเฮลิคอปเตอร์จะต้องบินลงมาต่ำใกล้เรือดำน้ำจนทำให้เกิดละอองน้ำและเสียงดังเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงานและการติดต่อสื่อสารบนสะพานเดินเรือ โดยในการฝึกรับ-ส่งคนทางดิ่งมาทั้งการส่งคนจากเฮลิคอปเตอร์ลงมายังเรือดำน้ำ และรับคนจากเรือดำน้ำขึ้นไปบนเฮลิคอปเตอร์ ก่อนที่จะมีการแลกตัวกลับคืนในภายหลังก่อนเสร็จสิ้นการฝึก

0304

ความยากลำบากอีกประการหนึ่งของหลักสูตรนายทหารยามเรือดำน้ำ ทร.เยอรมนี คือการบริหารจัดการเวลา ซึ่งผู้เข้ารับการฝึกอบรมจะต้องปฏิบัติงานตามวงรอบการปฏิบัติงานของเรือดำน้ำ โดยแบ่งเป็นช่วงเวลาการเข้ายาม 6 ชม. สลับกับช่วงพัก 6 ชม. อย่างไรก็ดี ในช่วงเวลาพัก 6 ชม.นี้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมจะต้องแบ่งเวลาในการศึกษาทบทวนความรู้, การทำ “การบ้าน” ที่ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับการเรือ, การเตรียมการทดสอบตามแฟ้มหลักสูตร, การเตรียมหัวข้อการปฏิบัติสำหรับการเข้ายามในผลัดต่อไป รวมถึงการรับประทานอาหารและเวลาที่เหลืออีกน้อยนิดสำหรับการพักผ่อน

หัวข้อการฝึกต่อมาคือการฝึกการใช้กล้อง Periscope ทางยุทธวิธี ซึ่งเป็นหน้าที่หลักของนายทหารยามเรือดำน้ำ และเป็นหัวข้อสำคัญที่จะตัดสินว่าผู้เข้ารับการฝึกอบรมจะเหมาะสมที่จะเป็นกำลังพลเรือดำน้ำหรือไม่ โดยการใช้กล้อง Periscipe ทางยุทธวิธีจะเป็นการชักกล้องขึ้นระยะสั้นๆ ครั้งละไม่กี่วินาที และจะต้องสามารถคำนวณระยะและรวบรวมข้อมูลของเรือผิวน้ำในบริเวณใกล้เคียงได้อย่างครบถ้วน รวมทั้งตัดสินใจว่าเรือลำไหนเป็นอันตรายและมีความเสี่ยงที่จะชนกับเรือดำน้ำ ซึ่งเรือฟริเกต HDMS Peter Willemoes กับเรือพี่เลี้ยงเรือดำน้ำ FGS Main ได้เข้ามาร่วมในการฝึกการใช้กล้อง Periscope โดยทำการหันเลี้ยวเรือในบริเวณใกล้เคียงกับเรือดำน้ำเพื่อให้เรือดำน้ำฝึกการติดตามและคำนวณระยะเป้าด้วยสายตา

07.jpg

หลังจากการฝึกการใช้กล้อง Periscope ทางยุทธวิธี เป็นการแลกเปลี่ยนกำลังพลระหว่างเรือดำน้ำ U34 กับเรือฟริเกต HDMS Peter Willemoes และการฝึกปราบเรือดำน้ำในเวลากลางคืน ซึ่งกำลังพลจากเรือฟริเกตได้มีโอกาสสังเกตการณ์การปฏิบัติของเรือดำน้ำในระหว่างการฝึกปราบเรือดำน้ำ เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกัน รวมทั้งเป็นการกระชับมิตรภาพระหว่าง ทร.เยอรมนี กับ ทร.เดนมาร์ค อีกด้วย

การฝึกในช่วงปลายสัปดาห์แรกเริ่มมีความเข้มข้นมากขึ้น เช่น การใช้กล้อง Periscope ทางยุทธวิธีในเวลากลางคืน และผู้รับการฝึกอบรมเริ่มรู้สึกถึงความเหนื่อยล้าจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ (ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการฝึก) ซึ่งถึงแม้ว่าทุกคนจะรู้สึกตื่นเต้นที่ใกล้จะสิ้นสุดการฝึกในทะเลแล้ว แต่ก็ยังมีความกดดันว่าช่วงเวลาของการตัดสินว่าใครผ่านหรือไม่ผ่านหลักสูตรก็ใกล้เข้ามาเช่นเดียวกัน โดยผู้เข้ารับการฝึกอบรมทุกคนพยายามช่วยกันทบทวนหัวข้อต่างๆ ในแฟ้มหลักสูตร ทั้งในด้านยุทธวิธี, ขั้นตอนการปฏิบัติ และความปลอดภัยเกี่ยวกับเรือดำน้ำ

06

นอกจากเรือฟริเกต HDMS Peter Willemoes กับเรือพี่เลี้ยงเรือดำน้ำ FGS Main แล้ว ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของการฝึกยังมีหน่วยเข้าร่วมสนับสนุนการฝึกเพิ่มเติม ได้แก่ เรือฟริเกต FGS Brandenburg และเครื่องบินตรวจการณ์ปราบเรือดำน้ำ P-3C Orion ของ ทร.เยอรมนี โดยเป็นการจำลองสถานการณ์เรือฟริเกตจำนวน 2 ลำ พร้อมด้วยเครื่องบิน P-3C ร่วมกันคุ้มกันเรือ FGS Main จากการโจมตีของเรือดำน้ำ ซึ่งผู้เข้ารับฝึกการอบรมหลักสูตรนายทหารยามเรือดำน้ำจะต้องใช้ยุทธวิธีและความรู้ที่ร่ำเรียนมาตลอดช่วงเวลากว่า 10 เดือน ในการหลีกเลี่ยงการถูกตรวจจับ และเข้าโจมตีเรือ FGS Main ให้ได้

หลังจากการฝึกเข้าโจมตีเรือเสร็จสิ้นลง ก็เป็นหัวข้อการฝึกการใช้กล้อง Periscope ทางยุทธวิธีเพิ่มเติม โดยเน้นหัวข้อความปลอดภัยในการใช้กล้อง Periscope เมื่อมีเรือผิวน้ำในบริเวณใกล้เคียง แต่ในคราวนี้เรือฟริเกต HDMS Peter Willemoes ได้แยกตัวออกจากการฝึก และมีเรือฟริเกต FGS Brandenburg เข้ามาร่วมการฝึกแทน ร่วมกับเรือพี่เลี้ยงเรือดำน้ำ FGS Main ซึ่งผู้เข้ารับการฝึกอบรมจะต้องปรับตัวให้เข้ากับเรือลำใหม่ ซึ่งมีลักษณะแตกต่างจากเรือฟริเกตลำเดิม และต้องมีการปรับเปลี่ยนการตั้งค่าของกล้อง Periscope เพื่อใช้กับเรือที่เปลี่ยนไปอีกด้วย และหากมีเรือผิวน้ำลำใดลำหนึ่งเข้ามาในระยะใกล้จนเกินไป เรือดำน้ำจะต้องพร้อมที่จะดำลงไปที่ความลึกปลอดภัยอย่างรวดเร็วเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกชน

หนึ่งในการฝึกที่สำคัญที่สุดคือการฝึกสถานการณ์ปราบเรือดำน้ำด้วยเรือดำน้ำ โดยมีเรือดำน้ำ NRP Tridente ซึ่งเป็นเรือดำน้ำ Type 209PN (Type 214) ของ ทร.โปรตุเกส เข้าร่วมการฝึก ซึ่งนับเป็นความท้าทายอย่างมากเนื่องจากเรือดำน้ำ U34 และ NRP Tridente ต่างก็เป็นเรือดำน้ำสมัยใหม่ที่มีความเงียบมาก

ในหัวข้อการฝึกปราบเรือดำน้ำด้วยเรือดำน้ำ เรือ NRP Tridente จะใช้เส้นทางตามที่วางแผนไว้ และเรือดำน้ำทั้ง 2 ลำ จะต้องพยายามตรวจจับซึ่งกันและกันด้วยโซนาร์ Passive โดยฝ่ายที่ตรวจจับได้จะส่งสัญญาณจำลองการยิงตอร์ปิโดผ่านทางโทรศัพท์ใต้น้ำ (Underwater Telephone – UWT) ซึ่งในระหว่างการฝึกเป็นสถานการณ์ที่ตึงเครียดคล้ายกับในภาพยนต์เรื่อง The Hunt for Red October ซึ่งในที่สุดแล้วเรือดำน้ำทั้ง 2 ลำมีโอกาสได้ฝึกจำลองการยิงตอร์ปิโด และก่อนจะแยกย้ายกันหลังเสร็จสิ้นการฝึกก็ได้มีการเปิดเพลงผ่านโทรศัพท์ใต้น้ำ (UWT) ซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติเมื่อมีเรือดำน้ำมาฝึกร่วมกัน

08

การฝึกในเรือดำน้ำเป็นไปอย่างเข้มข้นสม่ำเสมอจนถึงวันสุดท้ายของการฝึก ซึ่งเป็นหัวข้อการใช้กล้อง Periscope ทางยุทธวิธี โดยผู้รับการฝึกอบรมที่มีเวลาว่างก็จะใช้เวลาในการทบทวนความรู้ในแฟ้มหลักสูตร อย่างไรก็ดี ในวันสุดท้ายของการฝึกก็มีการประกาศว่าหนึ่งในผู้เข้ารับการฝึกอบรมไม่ผ่านเกณฑ์การทดสอบและต้องถูกส่งตัวกลับ โดยมีเรือยางจากเรือพี่เลี้ยงมารับตัวขึ้นไปจากเรือดำน้ำทันที ซึ่งผู้เข้ารับการฝึกอบรมอีก 4 คนที่เหลือก็ยังไม่อาจแน่ใจได้ว่าในช่วงเวลา 24 ชม.สุดท้ายที่เหลืออยู่จะมีใครที่ถูกส่งตัวกลับอีกหรือไม่ และความกดดันนี้จะคงอยู่จนกว่าเรือจะกลับเข้าเทียบเป็นที่เรียบร้อย แต่ไม่ว่าผลสุดท้ายจะออกมาเป็นอย่างไร ผู้เข้ารับการฝึกอบรมทั้งหมดก็รู้สึกว่าได้ผ่านหนึ่งในช่วงเวลาการทดสอบที่ยากลำบากที่สุดในชีวิต ซึ่งไม่มีใครที่จะผ่านการทดสอบอย่างสมบูรณ์แบบ แต่ทุกคนก็พร้อมที่จะเรียนรู้จากความผิดพลาดและประสบการณ์ที่ได้รับ และสิ่งที่แน่นอนที่สุดในตอนนี้คือทุกคนพร้อมที่จะกลับเข้าฝั่งและกลับบ้านไปหาครอบครัว


ที่มา

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s