เรือดำน้ำชั้น Ula ของ ทร.นอร์เวย์

เรือดำน้ำชั้น Ula (Type 210) กับโครงการเรือดำน้ำใหม่ของนอร์เวย์

นอร์เวย์กำลังอยู่ระหว่างการดำเนินโครงการจัดหาเรือดำน้ำใหม่ทดแทนเรือชั้น Ula โดยมีผู้ผลิตเรือดำน้ำที่สนใจยื่นข้อเสนอโครงการประกอบด้วย บริษัท DCNS ของฝรั่งเศส, บริษัท Fincantieri ของอิตาลี, บริษัท Navantia ของสเปน, บริษัท TKMS ของเยอรมนี, บริษัท Saab Kockums ของสวีเดน และบริษัท DSME ของเกาหลีใต้ ซึ่งเมื่อเดือนเมษายน 2559 รัฐบาลนอร์เวย์ได้ทำการคัดเลือกขั้นต้นเหลือเพียง 2 บริษัท คือ บริษัท DCNS ของฝรั่งเศส และบริษัท TKMS ของเยอรมนี จากการพิจารณาปัจจัยด้านเศรษฐกิจ, อุตสาหกรรม และการทหาร โดยมีกำหนดประกาศผลการคัดเลือกขั้นสุดท้ายในต้นปี 2560 นี้ นับเป็นช่วงโค้งสุดท้ายของโครงการที่ทั้งบริษัท DCNS และบริษัท TKMS แข่งขันกันอย่างเต็มที่หลังจากที่บริษัท DCNS ได้รับคัดเลือกในโครงการเรือดำน้ำของออสเตรเลียไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา

original6

เรือดำน้ำชั้น Ula ของ ทร.นอร์เวย์ (ภาพจาก På dypt vann)

ปัจจุบัน ทร.นอร์เวย์มีเรือดำน้ำชั้น Ula (Type 210) ที่จัดหาจากเยอรมนีจำนวน 6 ลำตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 1980 โดยได้รับการปรับปรุงเรือเพื่อรองรับการปฏิบัติการในพื้นที่เขตร้อนสำหรับเข้าร่วมปฏิบัติการ Operation Active Endeavour ของนาโต้ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และได้รับการปรับปรุงยืดอายุการใช้งานไปจนถึงทศวรรษที่ 2020 ซึ่งเป็นช่วงที่เรือดำน้ำรุ่นใหม่จะเริ่มเข้าประจำการทดแทน

original10

นายทหารยามนำเรือบนสะพานเดินเรือในช่วงพลบค่ำ (ภาพจาก På dypt vann)

 

เรือดำน้ำชั้น Ula เป็นเรือดำน้ำขนาดกะทัดรัดที่ถูกออกแบบให้สามารถปฏิบัติการได้ทั้งในเขตน้ำลึกและในบริเวณพื้นที่จำกัดใกล้ฝั่ง มีขนาดระวางขับน้ำบนผิวน้ำ 1,040 ตัน ความยาว 59 เมตร และความกว้างเพียง 5.4 เมตร มีกำลังพลประจำเรือ 21 นาย ซึ่งขนาดเรือที่จำกัดทำให้ความเป็นอยู่ในเรือค่อนข้างแออัดและขาดความเป็นส่วนตัว ทำให้กำลังพลประจำเรือมีความใกล้ชิดกันมาก พื้นที่ส่วนใหญ่ภายในเรือถูกใช้ไปกับการติดตั้งอุปกรณ์และระบบอาวุธ โดยเรือดำน้ำชั้น Ula ติดตั้งท่อตอร์ปิโดจำนวน 8 ท่อ และสามารถนำตอร์ปิโด DM2A3 ไปกับเรือได้ 14 ลูก และถึงแม้ว่าตัวเรือดำน้ำจะมีขนาดเล็ก แต่ก็สามารถปฏิบัติการในพื้นที่ห่างไกลได้เป็นเวลานาน ตัวอย่างเช่น การเข้าร่วมปฏิบัติการ Operation Active Endeavour ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเป็นระยะเวลา 35 วัน

original5

ความเป็นอยู่ที่แออัดและไม่เป็นส่วนตัวในเรือดำน้ำทำให้กำลังพลมีความใกล้ชิดกันมาก (ภาพจาก På dypt vann)

ขีดความสามารถในการซ่อนพรางช่วยให้เรือดำน้ำจำนวนไม่กี่ลำสามารถถ่วงดุลกำลังรบขนาดใหญ่กว่าได้ อีกทั้งเรือดำน้ำยังสามารถปฏิบัติการได้อย่างอิสระในพื้นที่ที่มีภัยคุกคามหนาแน่น ส่งผลให้เรือดำน้ำเป็นหนึ่งในกำลังรบหลักของนอร์เวย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนอร์เวย์มีชายฝั่งที่มีเกาะแก่งมากและมีสภาพแวดล้อมใต้น้ำที่ซับซ้อน ทำให้การตรวจจับเป้าใต้น้ำมีความยากลำบาก ช่วยให้เรือดำน้ำยิ่งเป็นฝ่ายมีความได้เปรียบ โดย ทร.นอร์เวย์มีแนวความคิดการใช้เรือดำน้ำในอนาคตสำหรับการรวบรวมข้อมูลการข่าวและการสนับสนุนการปฏิบัติการพิเศษเป็นหลัก

original7

ห้องควบคุมระบบขับเคลื่อนและระบบไฟฟ้าในเรือดำน้ำชั้น Ula (ภาพจาก På dypt vann)

ความต้องการอย่างหนึ่งของ ทร.นอร์เวย์ คือระบบขับเคลื่อน AIP ซึ่งช่วยยืดระยะเวลาปฏิบัติการใต้น้ำต่อเนื่องได้นานประมาณ 2 สัปดาห์โดยไม่ต้องชาร์จแบตเตอรี่ โดยหลักการทำงานของระบบขับเคลื่อน AIP คือการใช้ออกซิเจนเหลวในเครื่องยนต์สันดาปหรือในการทำปฏิกริยาเคมีเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าโดยไม่ต้องอาศัยอากาศจากภายนอก ทำให้ลดโอกาสเปิดเผยตัวในการทำ Snorkel เพื่อชาร์จแบตเตอรี่ เนื่องจากอากาศยานสามารถตรวจจับท่อ Snorkel ได้จากระยะไกล แต่เรือดำน้ำในอนาคตจะมีขีดความสามารถในการป้องกันตัวจากอากาศยานด้วยอาวุธปล่อยนำวิถีใต้น้ำ-สู่-อากาศ ทำให้การใช้อากาศยานในการค้นหาและตรวจจับเรือดำน้ำจะต้องเปลี่ยนแปลงไปจากในปัจจุบัน

original9

ระบบโซนาร์และระบบอำนวยการรบเป็นหัวใจสำคัญของการปฏิบัติการเรือดำน้ำ (ภาพจาก På dypt vann)

ขีดความสามารถที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของเรือดำน้ำคือระบบโซนาร์ เรือดำน้ำใช้โซนาร์ Passive ในการเฝ้าฟังเสียงจากเรือผิวน้ำและเรือดำน้ำ ซึ่งนอกจากการตรวจจับเป้าแล้วเรือดำน้ำยังใช้การฟังเสียงจากโซนาร์ Passive ในการพิสูจน์ทราบและแยกแยะเป้าอีกด้วย นอกจากนี้โซนาร์ของเรือดำน้ำยังสามารถได้ยินเสียงจากสัตว์ทะเล เช่น วาฬและโลมา ซึ่งในช่วงแรกอาจฟังดูน่าสนใจ แต่บางครั้งเสียงจากวาฬและโลมาที่มีจำนวนมากบริเวณนอกชายฝั่งของนอร์เวย์ก็กลายเป็นอุปสรรครบกวนการทำงานของโซนาร์เรือดำน้ำ

original4

ท่อตอร์ปิโดขนาด 533 มม. ในเรือดำน้ำชั้น Ula (ภาพจาก På dypt vann)

ความเด็ดขาดของอาวุธเรือดำน้ำทำให้เรือดำน้ำมีขีดความสามารถในการเป็นอาวุธป้องปรามที่สามารถสร้างความยับยั้งชั่งใจให้กับฝ่ายตรงข้ามไม่ให้ใช้กำลังในการแก้ไขความขัดแย้งเนื่องจากจะเกิดผลเสียที่ไม่คุ้มค่า โดยเรือดำน้ำชั้น Ula มีท่อต่อปิโดขนาด 533 มม. จำนวน 8 ท่อ สามารถติดตั้งตอร์ปิโด DM2A3 ได้ 14 ลูก ตอร์ปิโดแต่ละลูกมีอำนาจการทำลายที่สามารถทำให้เรือรบขนาดใหญ่ขาดเป็น 2 ท่อนได้ นอกจากนี้นอร์เวย์ยังมีแนวความคิดในการติดตั้งอาวุธปล่อยนำวิถี Tomahawk เพื่อให้เรือดำน้ำมีขีดความสามารถในการโจมตีฝั่งลึกเข้าไปในดินแดนฝ่ายตรงข้าม ช่วยให้เรือดำน้ำสามารถรองรับภารกิจที่มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ดี การติดตั้งอาวุธปล่อยนำวิถีโจมตีฝั่งระยะไกลอาจเป็นเพียงแนวความคิดสำหรับการปรับปรุงเรือในอนาคต (ขึ้นอยู่กับทรัพยากรที่มี) โดยตอร์ปิโดหนักยังคงเป็นอาวุธหลักและเป็นหลักประกันในการเป็นอาวุธป้องปรามของเรือดำน้ำ

original8_c

เครื่องถือท้ายและระบบแผนที่อิเล็กทรอนิกส์ที่แม่นยำ มีความสำคัญอย่างยิ่งในการปฏิบัติการบริเวณพื้นที่จำกัดใกล้ฝั่ง (ภาพจาก På dypt vann)

ในปัจจุบัน ทร.นอร์เวย์มีเรือดำน้ำชั้น Ula จำนวน 6 ลำ ซึ่งโครงการเรือดำน้ำใหม่ในขั้นต้นกำหนดความต้องการเรือดำน้ำใหม่ทดแทนจำนวน 4 ลำ โดยจะเริ่มเข้าประจำการในช่วงกลางทศวรรษที่ 2020 และมีกำหนดเข้าประจำการครบทั้ง 4 ลำในปี ค.ศ.2028 แต่อาจมีการทบทวนจำนวนเรือดำน้ำเพิ่มเป็น 6 ลำในปี ค.ศ.2025 ซึ่งจะขึ้นอยู่กับงบประมาณในขณะนั้น

original3

กำลังพลประจำเรือดำน้ำชั้น Ula ของ ทร.นอร์เวย์ (ภาพจาก På dypt vann)


ที่มา – På dypt vann : Hvor mange ubåter skal Norge ha? 12? 6? 4? Eller ingen?

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s